ไขสันหลัง ทําหน้าที่อะไร | Biospray BiosprayPlus

Posts Tagged ‘ไขสันหลัง ทําหน้าที่อะไร’

เทคโนโลยีกับการผ่าตัด ไขสันหลัง ในปัจจุบัน

เทคโนโลยีกับการผ่าตัด ไขสันหลัง ในปัจจุบัน

   หลายๆท่านคงทราบว่า  ไขสันหลัง  เป็นส่วนของระบบประสาทส่วนกลางที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมอง  ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหว,  การรับรู้ความรู้สึกของลำตัว  และแขน-ขา  ไขสันหลัง เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง  ซึ่งต่อเนื่องมาจากแกนสมอง  ลงมาในโพรงของกระดูกสันหลัง  

   เริ่มตั้งแต่บริเวณคอจนกระทั่งถึงบริเวณก้นกบ  ระดับไขสันหลัง   ทางการแพทย์แบ่งเป็น  4  ระดับ  คือ  ระดับคอ  (Cervical),  ระดับอก  (Thoracic),  ระดับหลัง  (Lumbar)  และระดับก้นกบ  (Sacrum)  ไขสันหลังซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีความอ่อนนุ่ม  จะถูกปกป้องและห่อหุ้มอย่างดีโดยโครงสร้างของกระดูกสันหลังเอง  หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่บริเวณกระดูกสันหลัง  ไขสันหลัง  หรือเส้นประสาทของไขสันหลัง  อาจจะทำให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของแขน-ขา  หรือ  การควบคุมการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ  นอกจากนั้นการรับรู้ในด้านความรู้สึกต่ออุณหภูมิร้อน-เย็น  และการสัมผัส  ก็จะเสียไป

   กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ  และมีการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง  ก็อาจทำให้ไขสันหลังที่อยู่ภายในเกิดมีปัญหาได้  ความพิการที่จะเกิดขึ้น  จะสัมพันธ์กับระดับไขสันหลังที่มีปัญหา  หากเกิดปัญหาที่ไขสันหลังระดับช่วงหลัง  (Lumbar)  จะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของขา  และมีอาการชาช่วงสะโพกลงไป  หรือมีปัญหาการขับถ่าย  ถ้ามีปัญหาที่ระดับไขสันหลังระดับช่วงอก  (Thoracic)  อาการชาจะสูงขึ้นมาถึงลำตัว  แต่ถ้ามีปัญหาไขสันหลังที่ระดับคอ  (Cervical)  จะทำให้ทั้งแขนและขาเคลื่อนไหวไม่ได้  ระดับความรู้สึกชาก็จะสูงมาถึงช่วงแขนหรือคอ
นอกจากนั้น  ยังมีโรคต่างๆซึ่งพบได้บ่อยๆ  เช่น  ความเสื่อมของกระดูกสันหลัง  ซึ่งพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น,  ลักษณะของการทำงานบางประเภท  เช่น  พวกที่ทำงานในออฟฟิศต้องทำงานเอกสาร  หรือคอมพิวเตอร์  จะเกิดความเสื่อมของกระดูกต้นคอได้เร็วขึ้น  อาจทำให้มีการกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง  ส่งผลให้เกิดอาการปวดที่ต้นคอ  ปวดร้าวไปที่แขน  หรือมีอาการชาบริเวณแขนและมือ  นอกจากนั้น  ยังทำให้เกิดการอ่อนแรงของมือได้ด้วย

   ในคนที่ต้องใช้แรงงานในการยกของหนัก  หรือการยกของที่ผิดท่า  จะเกิดการเสื่อมของกระดูกสันหลังได้บ่อยขึ้น  ทำให้เกิดอาการปวดเอว  ร้าวลงไปที่ขา,  ขาชา  และมีอาการขาอ่อนแรง เนื้องอกต่างๆ,  ฝีหนอง  หรือเส้นเลือดผิดปกติ  ก็สามารถเกิดที่ไขสันหลังในระดับต่างๆได้เช่นกัน
โรคบางอย่างของไขสันหลัง  หรือเส้นประสาทไขสันหลัง  มีความจำเป็นต้องผ่าตัดรักษา  เนื่องจากมีการกดทับของเส้นประสาท  เช่น  จากหมอนรองกระดูก,  เนื้องอก,  ก้อนเลือด  และฝีหนองต่างๆ  ในอดีต  การวินิจฉัยโรค  หรือปัญหาต่างๆ  ของกระดูกสันหลังและไขสันหลัง  มีความลำบากมาก  การตรวจโดยใช้สารทึบแสงฉีดเข้าไปในช่องไขสันหลัง  แล้ว  X-ray จะใช้ได้ดีในบางกรณี  เช่น  การวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  แต่ในปัจจุบันนี้  การตรวจโดยอาศัยเครื่องสนามแม่เหล็ก  (MRI)  สามารถเห็นรายละเอียดต่างๆ  ช่วยให้การวินิจฉัยโรคง่ายขึ้น  ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว  อีกทั้งเป็นการตรวจที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวหรือมีอันตรายใดๆ

   การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคที่บริเวณกระดูกสันหลัง  ในปัจจุบันนี้มีความแตกต่างไปจากอดีตอย่างมากมาย  ยกตัวอย่างเช่น  การผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่ระดับคอ  หรือระดับช่วงเอว  ในปัจจุบันนี้  การใช้กล้องขยาย  (Microscope)  มาช่วยในการผ่าตัดที่เรียกว่า  “Microdiscectomy” ทำให้ได้รับผลการรักษาที่ดีขึ้น  เพราะว่าการผ่าตัดผ่านกล้องขยาย  ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆได้ดีกว่า  แผลผ่าตัดจึงมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม  อาการเจ็บปวดแผล  หลังผ่าตัดก็ลดลง  ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น  และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น กล้องผ่าตัดขนาดเล็กที่ใช้สอดเข้าไปในแผลผ่าตัด  ที่เรียกว่า  “Endoscope” ก็มีการนำมาใช้ในการทำผ่าตัด  ซึ่งจะทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก  แต่การผ่าตัดแบบนี้  ต้องใช้ในรายที่มีข้อบ่งชี้และต้องเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม  นอกจากนั้นคงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

   การผ่าตัดกระดูกสันหลังบางอย่าง  เช่น  กระดูกสันหลังเคลื่อน  หรือผิดรูป  การผ่าตัดแก้ไข  จำเป็นต้องผ่าตัดในกระดูกมากกว่า  1  ระดับ  ดังนั้น  ระหว่างทำผ่าตัดจะต้องใช้เครื่องมือ  X-ray เพื่อ
 

  1. ตรวจสอบดูระดับที่ต้องการทำผ่าตัดไม่ให้ผิดพลาด
  2. ตรวจสอบดูขณะทำการใส่วัสดุยึดกระดูกให้ได้ตำแหน่งและมุมตามที่ต้องการ
การผ่าตัดแบบนี้แผลผ่าตัดจะมีขนาดใหญ่พอสมควร  และขณะผ่าตัด  แพทย์,  ทีมผ่าตัด  และผู้ป่วยจะได้รับรังสีที่เกิดจาก
การใช้เครื่องมือ  X-ray ในการตรวจสอบตำแหน่งอยู่เป็นระยะๆ  แต่ในปัจจุบันนี้  ได้มีการนำเครื่องมือที่เรียกว่า  “นาวิเกเตอร์” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถคำนวณหาพิกัดต่างๆของกระดูกสันหลังบริเวณที่จะทำผ่าตัด  และแสดงภาพให้เห็นในระนาบต่างๆ  ตลอดจนภาพ  3  มิติของกระดูกสันหลังในบริเวณที่กำลังทำผ่าตัดและบริเวณข้างเคียง  ดังนั้นถึงแม้ว่าแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็ก  แต่ก็ยังคงทราบตำแหน่งของกระดูกสันหลังในบริเวณนั้นอย่างชัดเจน
ดังนั้น  ขณะทำผ่าตัด  เครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้การทำผ่าตัดมีความแม่นยำ  ทั้งในแง่การบอกระดับที่ต้องการทำผ่าตัด  และช่วยในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ  ที่จะมายึดจับกระดูกให้ได้ตามขนาดที่เหมาะสม  และสามารถใส่เข้าไปในทิศทางที่แม่นยำสูงสุด  อีกทั้งยังลดจำนวนรังสีที่จะได้รับในขณะผ่าตัดอีกด้วย

หมายเหตุ                             
เครื่องมือนาวิเกเตอร์นี้  เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดสมอง  เพียงแต่ใช้  Software ที่แตกต่างกัน  
ใช้หลักการเดียวกันกับ  GPS  (Global  Positional  System)  ที่พบในอุปกรณ์บอกตำแหน่งที่ติดตั้งในรถยนต์  
หรืออุปกรณ์เดินป่า

ในรายที่ทำผ่าตัดและต้องใช้กระดูกมาเสริม  ในอดีตจะใช้กระดูกในตัวผู้ป่วยเองที่เรียกว่า  “Autograft” ซึ่งทำให้ผู้ป่วยจะต้องถูกผ่าตัดเพิ่มอีก  1  ตำแหน่ง  คือ  บริเวณช่วงกระดูกเชิงกราน  หรือสะโพก  เพื่อจะเอาชิ้นกระดูกนั้นมาเสริม
ข้อเสีย  ก็คือ  ผู้ป่วยต้องมีแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้นอีก  1  แผล  เนื่องจากต้องผ่าตัดเอากระดูกมาเสริม  ถ้าเป็นปริมาณมากก็จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของกระดูกที่เอามาว่า  จะมีผลกระทบหรือไม่  นอกจากนั้นผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดแผลจากการที่ผ่าตัดเอากระดูกเพื่อจะเอาไปเสริม
ข้อดี  ก็คือ  เป็นกระดูกของผู้ป่วยเอง  โอกาสที่กระดูกเสริมจะเชื่อมติดกับกระดูกอื่นๆเป็นไปได้มากกว่าแบบอื่นๆ  นอกจากนั้นยังปราศจากความกังวลเรื่องโรคติดต่ออื่นๆ  ที่จะถ่ายทอดมา
แต่แหล่งกระดูกที่จะนำมาเสริม  สามารถนำมาจากคนอื่น  (Allograft)  ได้  แต่ต้องผ่านกระบวนการเพื่อทำให้เนื้อเยื่อไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน  หรือทำให้ปราศจากโรคต่างๆ  ที่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้รับ  นอกจากนี้  ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการสังเคราะห์  “กระดูกเทียม” (Artificial  bone  graft)  มาใช้  ซึ่งก็ได้ผลดีในระดับที่น่าพอใจ
ตัวอย่างการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่ระดับคอ  เนื่องมาจากสาเหตุของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  ในปัจจุบันนี้  การผ่าตัดจะมีแผลขนาดเล็กบริเวณด้านหน้าของคอ  จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านกล้องขยาย  (Microscope)  เพื่อขูดเอาหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาทอยู่ออกไป  การผ่าตัดผ่านกล้องขยายนี้  จะทำให้เห็นรายละเอียดชัดเจนมากขึ้น  ซึ่งทำให้ผลการรักษาดีมากขึ้น  หลังจากขูดเอาหมอนรองกระดูกออกไป  ก็จะเกิดเป็นช่องว่าง  ซึ่งสามารถนำเอากระดูกของผู้ป่วยเอง  (จากสะโพก)  หรือใช้กระดูกเทียมเข้าไปเสริม  เพื่อให้เกิดการเชื่อมของกระดูกได้  ในขณะนี้เริ่มมีการใช้  “หมอนรองกระดูกเทียม”  (Artificial  disc)  มาเติมเข้าไปในช่องว่างที่ขูดเอาหมอนรองกระดูกออกไป  เพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวของคอยังเป็นไปได้ใกล้เคียงแบบเดิมมากที่สุด  ซึ่งราคาของวัสดุแบบนี้ยังมีราคาแพง  และผลระยะยาว  ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป  เพราะว่ายังเป็นของใหม่อยู่
นอกจากนั้น  การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ระดับสันหลัง  โดยใช้กล้องขยาย  (Microscope)  ที่เรียกว่า  “Microlumbar  discectomy”  ก็เป็นการผ่าตัดที่แพร่หลาย  ซึ่งได้ผลดี  แผลมีขนาดเล็ก  ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว  และอาการปวดแผลก็น้อยลง
อุปกรณ์โลหะที่มาช่วยเสริมความแข็งแรง  ในปัจจุบัน  ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความแข็งแรง  และมีรูปแบบหลากหลาย  ซึ่งไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน  หรือมีแต่น้อย  เมื่อนำมาใช้กับผู้ป่วย
จะเห็นได้ว่า  เทคโนโลยีต่างๆ  มีส่วนช่วยให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังและไขสันหลังในปัจจุบันนี้  ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก  เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลการผ่าตัดรักษากระดูกสันหลังที่ดีที่สุด

 ที่มา :  thaiminispine.net

ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com