โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ | Biospray BiosprayPlus

Posts Tagged ‘โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ’

สาระความรู้เรื่อง โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะให้เป็นปกติได้
โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ไปสู่บุตรหลานได้
สาเหตุ : เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำพาน้ำตาลเข้าไปในเนื้อเยื่อ เพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ในกรณีที่ร่างกายขาดอินซูลิน จะเกิดภาวะน้ำตาลคั่งในเลือด แล้วถูกขับออกมากับปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการเบาหวาน

อาการ : ระยะแรกไม่มีอาการบ่งชัด เมื่อเป็นระยะหลัง จะมีอาการชัดเจนคือ
  • ดื่มน้ำบ่อยและมาก
  • กินจุแต่ผอมลง
  • เป็นแผลหรือฝีง่าย แต่หายยาก 
  • ตาพล่ามัว
  • บุตรคนแรกคลอดน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม 
  • ปัสสาวะบ่อยและมาก
  • น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย 
  • คันตามผิวหนัง และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • ชาปลายมือปลายเท้า ความรู้สึกทางเพศลดลง 

การรักษา : ต้องควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และควบคู่กับการรักษาทางยา
  1. อาหาร : อาหารที่รับประทานแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 
    กลุ่มแรก ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรรับประทานได้แก่ 
    • อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบโดยตง รวมทั้งน้ำผึ้งด้วย 
    • ผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก ฯลฯ 
    • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม ฯลฯ 
    กลุ่มสอง ต้องจำกัดปริมาณ ได้แก่ 
    • อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เผือก มัน ฯลฯ 
    • อาหารประเภทไขมัน เช่น มะพร้าว น้ำมันหมู อาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ฯลฯ 
    • ผลไม้ที่มีรสหวานอ่อนๆ เช่น ส้ม มะละกอสุก ฯลฯ 
    กลุ่มสาม รับประทานได้ไม่จำกัด เช่น 
    • เนื้อสัตว์ฺที่ไม่มีมัน และปลา 
    • เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
    • เครื่องเทศต่างๆ ถั่วต่างๆ 
   • ควรกินอาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวซ้อมมือ ผักทุกชนิด เม็ดแมงลัก 
  2. ออกกำลังกานสม่ำเสมอ จะเกิดผลดี 
   • ทำให้ระดับน้ำตาล ควบคุมได้ดีขึ้นและทำให้การใช้ยากินหรือยาฉีดน้อยลงได้ 
   • ทำให้ช่วยลดน้ำหนักตัว
   • ช่วยลดภาวะความดันโลหิตสูง และอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ 
  3. ยา : ควบุคมระดับน้ำตาล ด้วยยารักษาเบาหวานสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์ 

โรคแทรกซ้อน
  1. พบภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  2. โรคตาจากเบาหวาน เช่น ตามัว ต้อกระจก 
  3. โรคไตจากเบาหวาน เช่น เกิดไตเสื่อมสมรรถภาพในการขับถ่าย และเกิดไตวายในที่สุด 
  4. หลอดเลือดสมองตีบ-ตัน ทำให้เป็นอัมพาต กลืนลำบาก พูดไม่ชัด 
  5. หลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย 
  6. กลุ่มโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายเกิดแผลที่เท้าและเน่า มีแผลจะติดเชื้อง่ายรักษายาก 
  7. เกิดอักเสบจากปลายประสาท ทำให้มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า หมดความรู้สึกทางเพศ 

การปฏิบัติตัว ของผู้ป่วยเบาหวาน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน เช่น เดิน หรือ วิ่งเหยาะๆ 
  • รักษาเท้าให้สะอาด อย่าตัดเล็บสั้นเกินไป และอย่าสวมรองเท้าคับเกินไป 
  • ถ้ามีบาดแผลรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษา
  • ทำจิตใจให้สบาย ความเครียดหรือกังวลใจมากๆ จะทำให้น้ำตาลถูกขับออกจากตับมาก มีผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้น 

อันตราย ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที
  1. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก : ผู้ป่วยจะมีอาการกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ใจเต้นแรงเร็ว หายใจหอบลึก มีกลิ่นเหมือนผลไม้สุก ซึม และอาจหมดสติได้ 
    วิธีแก้ไข
   • รีบพบแพทย์หรือส่งโรงพยาบาลด่วน หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ 
  2. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
    วิธีแก้ไข
   • เมื่อเริ่มรู้สึกหิว ใจสั่น มือสั่น ให้กินน้ำหวาน หรือน้ำตาล หรือของหวานๆ ทันที 
   • หากหมดสติให้นำส่งโรงพยาบาล ถ้าชักช้าอาจอันตรายถึงชีวิต 

เราจะทราบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ โดย
  • ไปพบเพทย์ตรวจหาน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ

ข้อปฏิบัติในการมาเจาะเลือด เพื่อตรวจเบาหวาน
  1. งดอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำดื่ม ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนก่อนวันเจาะเลือดจนถึงเวลาเจาะเลือด 
  2. งดฉีดกลูโคส น้ำเกลือทางเส้นเลือดหลังเที่ยงคืนจนถึงเวลาเจาะเลือด 

การรักษาเบาหวานต้องยึดสิ่งสำคัญ คือ การรักษาทางยา ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าเป็นวัณโรคด้วย โรคอาจกำเริบมากขึ้น ต้องควบคุมรักษาเบาหวานโดยใกล้ชิดจากแพทย์

แหล่งข้อมูล : สถาบันโรคทรวงอก

 ด้วยความปรารถนาดีจาก
http://www.bionutric-hy.com/