ต่อมใต้สมอง ผลิตฮอร์โมน | Biospray BiosprayPlus

Posts Tagged ‘ต่อมใต้สมอง ผลิตฮอร์โมน’

การผ่าตัดเนื้องอก ต่อมใต้สมอง

การผ่าตัดเนื้องอก ต่อมใต้สมอง

   ต่อมใต้สมอง  (Pituitary  gland)  เป็นอวัยวะขนาดเล็กอยู่ที่ฐานสมอง  เป็นส่วนที่สร้างฮอร์โมนหลายชนิดผ่านเข้าไปในกระแสเลือด  เพื่อควบคุมสมดุลต่างๆของร่างกาย  ตัวอย่างของฮอร์โมนเหล่านี้  ได้แก่  Prolactin  เกี่ยวกับการหลั่งน้ำนม,  Growth hormone  เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกาย,  ฮอร์โมนไทรอยด์,  ฮอร์โมนเพศ  FSH,  LH,  ฮอร์โมนต่อมหมวกไต  ACTH,  Cortisol          เมื่อเกิดมีเนื้องอกต่อมใต้สมอง  ฮอร์โมนเหล่านี้บางตัวจะถูกสร้างมากขึ้นกว่าปกติ  และบางตัวก็น้อยกว่าปกติ  ทำให้มีอาการต่างๆตามมา  เช่น
-  ถ้า  Prolactin  สูง  ในผู้หญิงก็จะมีอาการมีน้ำนมไหล  ไม่มีประจำเดือน  ในผู้ชายอาจพบว่ามีปัญหา  ความต้องการทางเพศลดลง 
-  ในรายที่  Growth hormone  สูง  รูปร่างของผู้ป่วยจะสูงใหญ่กว่าคนปกติมาก  ถ้าเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เด็ก  แต่ถ้าเป็นหลังจากร่างกายหยุดเติบโตแล้ว  จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะโครงสร้างของใบหน้า,  มือและเท้า  ซึ่งจะใหญ่ขึ้น  
ก้อนเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  ถ้าทิ้งไว้จะโตขึ้นเรื่อยๆ  จนไปกดทับเส้นประสาทตา  ทำให้การมองเห็น
แย่ลงจนถึงตาบอดได้  นอกจากนั้นยังลุกลามไปกดเบียดสมองส่วนอื่นๆได้

การวินิจฉัย
ในปัจจุบันอาศัยจากการซักประวัติ  ตรวจร่างกาย  แล้วจำเป็นต้องตรวจยืนยันโดย  การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง  (CT brain)  หรือการตรวจโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  (MRI  brain)  จะเห็นขอบเขตของเนื้องอกและขนาดอย่างชัดเจน (รูปภาพที่ 1) นอกจากนั้นการตรวจดูระดับฮอร์โมนในกระแสเลือด  ก็จะมีประโยชน์ในการวินิจฉัยและรักษาด้วยเช่นกัน

การรักษา
-  การรักษาทางยา  ส่วนใหญ่ใช้สำหรับก้อนที่มีขนาดเล็ก  ยังไม่ได้กดเบียดเส้นประสาทตา  และใช้ได้เฉพาะเนื้องอกที่ผลิตฮอร์โมนบางตัวเท่านั้น  เช่น  Prolactin ซึ่งจะได้ผลดีกว่าตัวอื่นๆ
-  การรักษาโดยการผ่าตัด  ใช้ในกรณีรักษาทางยาแล้วไม่ได้ผล  หรือไม่สามารถทานยาต่อไปได้  หรือในกรณีที่ก้อนโตขึ้น  แล้วผู้ป่วยมีอาการทางตา  เนื่องมาจากเนื้องอกโตไปเบียดเส้นประสาทตา

การรักษาโดยการผ่าตัด
          1. การผ่าตัดโดยผ่านส่วนของกะโหลกศีรษะด้านหน้าบริเวณเหนือคิ้ว  แล้วใช้กล้องผ่าตัด  Microscope  ในการผ่าตัด  เหมาะสำหรับก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่  และโตลุกลามเข้ามาในบริเวณฐานสมอง
          2. การผ่าตัดโดยอาศัยกล้องผ่าตัด  Microscope  โดยผ่านช่องจมูก หรือทางด้านบนของเหงือกด้านบนผ่านช่องจมูก  ที่เรียกกันว่า  “Transsphenoidal  Approach”
          ข้อดีของการผ่าตัดชนิดนี้ก็คือ  หลีกเลี่ยงการผ่าตัดที่ต้องผ่านบริเวณเนื้อสมองดังเช่นวิธีที่  1  ซึ่งอาจจะมีการกระทบกระเทือนหรือข้อแทรกซ้อนต่อสมองได้  แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่เนื้องอกมีขนาดไม่ใหญ่  และไม่ลุกลามเข้าไปที่บริเวณฐานสมองมากนัก  หลังผ่าตัดจะต้องมีสำลีช่วยห้ามเลือดใส่เข้าไปในรูจมูก  และมีบาดแผลบริเวณเหงือกด้านบน
3. เทคนิคการผ่าตัดโดยใช้กล้องเอ็นโดสโคปสอดผ่านช่องจมูก  (รูปภาพที่ 2) ซึ่งวิธีนี้จะไม่มีบาดแผลภายนอกทั้งที่บริเวณจมูกด้านนอก  หรือเหงือกด้านบนให้เห็นดังเช่นวิธีที่  2  และข้อดีอีกอย่างก็คือ  กล้องเอ็นโดสโคปนี้มีขนาดเล็กประมาณ  0.4  cm.  สามารถสอดเข้าไปตามโพรงจมูกจนใกล้จะถึงบริเวณที่เป็นเนื้องอก  ภาพที่ศัลยแพทย์เห็นในขณะผ่าตัดจะเห็นได้ชัดกว่าและเป็นมุมกว้างกว่า  (panoramic  view)

   การผ่าตัดนี้ได้รับการบุกเบิกโดยศัลยแพทย์ชาวเกาหลี  ที่ทำงานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา  และได้พัฒนามาเป็นลำดับ  ในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา  ด้วยข้อดีหลายอย่างของการผ่าตัดแบบนี้  ทำให้มีการแพร่หลายไปในประเทศทางยุโรป  โดยเฉพาะที่อิตาลี  หรือในประเทศญี่ปุ่นก็มีหลายแห่งที่ใช้การผ่าตัดแบบนี้  ซึ่งคาดว่าในอนาคตคงจะแพร่หลายนิยมไปทั่วโลก

   ในประเทศไทย  การผ่าตัดโดยวิธีนี้ได้เริ่มมีมาประมาณ  5-6  ปี  ด้วยข้อดีหลายอย่างของการผ่าตัดชนิดนี้  ทำให้จำนวนของการผ่าตัดมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต

ข้อดีของการผ่าตัดโดยวิธีนี้  มีดังนี้
          1. ไม่มีบาดแผลภายนอกให้เห็น
2. หลังผ่าตัดไม่มีแผลผ่าตัดที่เหงือก  หรือสำลีห้ามเลือดคาไว้ที่ช่องจมูก  ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกสบายกว่า และสามารถทานอาหารได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับแผล
          3. อาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า
          4. ระยะเวลาในการอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่า

    อย่างไรก็ตาม  วิธีการผ่าตัดแบบนี้ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องของ  อุปกรณ์และบุคลากรเท่านั้น  ประสาทศัลยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ  และเลือกการผ่าตัดที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วยแต่ละราย  หลังการผ่าตัดในบางราย  แพทย์จะแนะนำว่าควรจะมีการฉายแสงหรือไม่  เพื่อให้ผลการรักษาดีขึ้น

 ที่มา :  thaiminispine.net

ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com