มีนาคม 20, 2012 by kitdanai3
เหนื่อยง่าย
อาการเหนื่อยง่ายสำคัญอย่างไร
อาการเหนื่อยง่ายเป็นสัญญาณเตือนอันตรายอย่างหนึ่งของร่างกาย โดยปกติแล้วท่านอาจรู้สึกเหนื่อยได้ หากท่านผ่านการทำงานหนัก หรือออกกำลังกาย แต่หากท่านมีอาการเหนื่อยง่ายอย่างฉับพลัน เหนื่อยง่ายอยู่บ่อย ๆ รู้สึกเหนื่อยหลังจากล้มตัวลงนอน ท่านกำลังตกอยู่ในภาวะที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นอาจหมายถึง “อันตรายจากโรคภัย” ที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวท่าน
อาการเหนื่อยง่ายเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
โรคปอด เช่น โรคหอบหืด โรคปอดบวม หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มะเร็งปอด น้ำท่วมปอด หรือถุงลมปอดโป่งพอง
โรคหัวใจ เช่น หัวใจขาดเลือด การทำงานของหัวใจล้มเหลว หรือลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
ปัญหาของเส้นเลือด หรือเลือด เช่น ภาวะเลือดจาง หรือมีการอุดตันของเส้นเลือดในปอด
ความเครียด ความวิตกกังวล
ภาวะเลือดเป็นกรดมากกว่าปกติ ซึ่งสามารถเกิดได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุลย หรือการขาดน้ำอย่างรุนแรง
การขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน
การสูบบุหรี่
ปฎิกริยาแพ้ต่อสารกระตุ้น
เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ เช่น สำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหลอดลม
สมรรถภาพกายต่ำกว่าปกติ หรือสุขภาพกายไม่สมบูรณ์
เหตุอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ เช่น อ้วน ต่อมทอนซิลโต ผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น แอมเฟตตามีน แต่ในบางรายก็ไม่สามารถค้นหาสาเหตุได้พบ
อาการที่ควรพบแพทย์ทันที
เหนื่อยแม้ขณะพัก
เหนื่อยง่ายร่วมกับมีอาการเจ็บบริเวณหน้าอก
เหนื่อยง่ายร่วมกับไอเป็นเลือด
อาการที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว
เหนื่อยง่ายที่อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เหนื่อยง่ายร่วมกับมีไข้ และรู้สึกไม่สบาย
เหนื่อยง่ายร่วมกับมีเท้าบวม
อาการที่ควรพบแพทย์เมื่อมีโอกาส
เริ่มมีอาการเหนื่อยง่ายขณะที่ออกกำลังกาย
ถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย หรือความสามารถในการออกกำลังกายของท่านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ท่านควรปรึกษาแพทย์ และถ้าท่านสูบบุหรี่ควรเลิกสูบทันที
ที่มา : bangkokhealth.com
Tags: เหนื่อยง่าย, เหนื่อยง่าย ง่วงนอน, เหนื่อยง่าย ทําไงดี, เหนื่อยง่าย มือสั่น, เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว, เหนื่อยง่าย หายใจแรง, เหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน, เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก, เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม, เหนื่อยง่าย ออกกําลังกาย, เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย เกิดจาก, เหนื่อยง่าย เพลีย, เหนื่อยง่าย เวียนหัว, เหนื่อยง่าย ใจสั่น, เหนื่อยง่าย ใจเต้นเร็ว, เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง, เหนื่อยง่ายมาก, เหนื่อยง่ายเกิดจาก, เหนื่อยง่ายเกิดจากอะไร, เหนื่อยง่ายเป็นโรคอะไร
Posted in ยา, สาระสุขภาพ, โรคทางเดินหายใจ, โรคหัวใจ | No Comments »
มีนาคม 19, 2012 by kitdanai3
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แบ่งตามกรรมวิธีในการผลิต
สุราแช่หรือสุราหมัก(Fermentation) คือ สุราที่ได้จากการหมักวัตถุดิบ กับราและ/หรือยีสต์ ไม่ได้กลั่นและรวมถึงสุราแช่ที่ได้ผสมกับสุรากลั่นแล้ว แต่ยังมีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี เช่น ไวน์ แชมเปญ สาโท อุ กระแช่ น้ำตาลเมา สาเก ไวน์คูลเลอร์ สปาร์คกลิ้งไวน์ เบียร์ เป็นต้น
สุรากลั่น(Distillation) คือ การนำเอาสุราแช่มากลั่น เพื่อให้ได้แอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น และรวมถึงสุรากลั่นที่ผสมกับสุราแช่แล้ว แต่มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 15 ดีกรี เช่น วิสกี้ บรั่นดี คอนยัค วอดก้า จิน รัม ตากีล่า เหล้าขาว ลิเคียว เป็นต้น
แบ่งด้วยขั้นตอนในการเตรียมการก่อนดื่ม
เครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทันที(Ready to Drink) ไม่ต้องมีขั้นตอนในการปรุงหรือผสมอีก ได้แก่ ไวน์ บรั่นดี คอนยัค เบียร์ เครื่องดื่ม RTD (เช่น บาคาร์ดี้ สปาย) รวมทั้งเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อื่นๆด้วย
เครื่องดื่มที่มีการเตรียมการก่อนดื่ม(Prepared Beverage) คือเครื่องดื่มที่ต้องมีการปรุงหรือผสมกอนดื่ม เช่น วิสกี้ ค็อกเทล
แบ่งตามช่วงเวลาของมื้ออาหาร เนื่องจากชาวตะวันตกนิยมดื่มขณะรับประทานอาหาร
เคร่องดื่มก่อนอาหาร (Aperitif) ใช้ดื่มเพื่อดับกระหายหรือเรียกน้ำย่อย
ไวน์ ใช้ดื่มระหว่างมื้ออาหาร ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารแต่ละจาน
เครื่องดื่มหลังอาหาร(Digestif) มักเป็นเครื่องดื่มหรือเหล้าที่มีรสหวาน เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร
สุราที่ใช้กันโดยทั่วไปในการนำมาผสมเป็นเครื่องดื่มค็อกเทล มี 5 ประเภท ดังนี้
แอพเพอริทิฟ (Aperitif) คือเหล้าที่นิยมดื่มก่อนอาหาร เป็นเครื่องดื่มเก่าแก่จัดอยู่ในประเภทเหล้ายา นิยมมากในประเทศฝรั่งเศส อิตาลี ทำจากเหล้า เหล้าองุ่น สมุนไพร และเครื่องเทศ แบ่งเป็น 3 ชนิด
เวอร์มุท (Vermouth) เป็นเหล้ายาทำจากรากไม้และเครื่องเทศ มีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันออกไป รสชาติของเวอร์มุทคล้ายกับยาบำรุงเลือดของไทย เวอร์มุทเป็นสุราหมักชนิดหนึ่ง บางครั้งเราอาจจะจัดอยู่ในประเภทไวน์เจริญอาหารก็ได้ ฉะนั้น เวอร์มุทจึงเป็นสุราที่ทำมาจากองุ่น (ไวน์) และได้ผ่านการปรุงแต่งกลิ่นรสด้วยพืชสมุนไพร เครื่องเทศ เราสามารถเรียกอีกอย่างว่า อโรมาติก ไวน์ (Aromatic Wine-ไวน์ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ) หรือ แอปเพอร์ริทิฟ ไวน์ (Aperitif Wine-ไวน์เจริญอาหาร) ก็ได้เพราะเป็นสุราที่ทำมาจากเหล้าองุ่นถึง 75%
ต้นกำเนิดของ เวอร์มุท มาจากประเทศ อิตาลี (Italy) นอกจากอิตาลีแล้ว ฝรั่งเศสก็เป็นอีกประเทศที่ผลิตเวอร์มุทอย่างแพร่หลาย ไม่มีข้อแตกต่างของเวอร์มุทที่ทำในฝรั่งเศสและอิตาลี เพียงแต่มีข้อเด่นคือ ฝรั่งเศส เชี่ยวชาญการผลิตเวอร์มุทแบบดรายและสีใส (Dry White) ส่วนอิตาลีเด่นในทางผลิตเวอร์มุทแบบหวานและสีแดง (Sweet Red) การทำเวอร์มุทค่อนข้างยุ่งยาก ส่วนสำคัญคือ เหล้าองุ่น โดยทั่วไปใช้ ”องุ่นขาว” ที่ไม่มีรสชาติ (ไม่ใช่เสีย) Vermouth มีหลายยี่ห้อ เช่นMartini, Cinzano,Barbero,Dubonet,Pimm’s No.1 เป็นต้น ลักษณะงานที่ใช้ต่างกัน
บิตเตอร์ (Bitter) เป็นเหล้ายาที่มีรสขม ชาวยุโรปนิยมดื่มแก้โรคกระเพาะ ซึ่งชาวยุโรปเชื่อว่า Bitter จะช่วยย่อยอาหารได้ Bitterบางชนิดมีรสขมมาก บางชนิดขมอมหวาน เช่น Campari,Fernet Branca,Branca Menta,Angostura Bitter
อนิซ (Anis) เป็นเหล้ายาสีเหลืองใสทำจากเมล็ดของ Anis กลิ่นหอมเย็นๆนิยมดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เช่น Pernod,Ricard,Pastis เป็นเหล้าที่มีดีกรีสูงที่สุดในบรรดาเหล้าด้วยกัน
เหล้าแอพเพอริทิฟ นอกจากนิยมดื่มเพื่อเป็นยาแล้วยังนิยมนำไปทำเครื่องดื่มผสมอื่นๆอีกมากมายโดยเฉพาะ Knock Out เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วโลก
สปิริต (Spirit) คือ สุราที่ได้จากการกลั่น ทั้งหมด ได้แก่
บรั่นดี (Brandy) เป็นเหล้าที่นิยมดื่มกันมาก เกิดจากการหมักองุ่นให้เป็นไวน์ (Wine) แล้วจึงนำมากลั่นเป็นบรั่นดี จากนั้นนำไปเก็บบ่มให้ได้ สี กลิ่น รส ที่ดี บรั่นดี ที่มี ขายตามท้องตลาดทั่วๆไป แบ่งเป็น 3 ประเภท
Domestic Brandy (บรั่นดีพื้นเมือง) คือบรั่นดีที่ผลิตจากองุ่นแล้วนำมากลั่นเป็นบรั่นดีอีกที เช่น Regency Brandy , German Brandy
Premium Brandy (บรั่นดีเกรดสูง) เป็นบรั่นดีราคาแพงที่เก็บบ่มไว้ในถังไม้โอ๊กนานๆ โดยระบุคุณภาพเป็นอักษรย่อ หรือชื่อพิเศษ เช่น คอนยัค (Cognac) อาร์มายัค (Armagnac)
Fruit Brandy (บรั่นดีผลไม้) คือบรั่นดีที่ทำจากผลไม้อื่นๆที่ไม่ใช่ผลองุ่นซึ่งจะให้กลิ่นรสแตกต่างกันไป แบ่งเป็น 2 ชนิด
White Fruit Brandy (บรั่นดีผลไม้สีขาว) ผลิตจากการกลั่นผลไม้ โดยไม่ต้องบ่มในถังไม้ จะได้กลิ่นหอม และรสของผลไม้นั้นๆนิยมแช่ให้เย็นแล้วดื่มโดยไม่ผสม หรือจะนำไปผสมในค็อกเทลต่างๆก็ได้
Colour Fruit Brandy (บรั่นดีผลไม้ที่มีสี) ผลิตจากการกลั่นผลไม้ แล้วนำไปเก็บบ่มในถังไม้โอ๊ก ผลไม้ที่นำมากลั่นเช่น
แอปเปิ้ล เรียกว่า Apple Brandy,Calvados,”Apple Jack
เชอร์รี่ เรียกว่า Kirschwasser,Kirsch
พลัมเรียกว่า Slivovits,Prunelle,Quetsch
แพร์เรียกว่า Poire William
ราสเบอร์รี่เรียกว่า Flamboise
นอกจากนี้ยังสามารถทำจากผลไม้อื่นๆอีกมากมายซึ่งอาจเรียกบรั่นดีผลไม้ประเภทนี้ว่า “Eau-de-Vie”
บรั่นดี นโปรเลียน คอนยัค
คุณภาพและอายุของบรั่นดีและคอนยัค จะบ่งบอกโดยอักษรย่อดังนี้
V = Very
S = Superior
O = Old
P = Pale
E = Especial
F = Fine
X = Extra
ถ้านำอักษรย่อมารวมกันจะมีความหมายดังนี้
X.O. = Extra Old หรือ V.V.S.O.P. = Very very Superior Old Pale ซึ่งแสดงว่า มีการเก็บบ่มเป็นเวลา 20-40 ปี
V.O. = Very Old หรือ V.S.O.P. = Very Superior Old Pale แสดงว่ามีการหมักบ่มเป็นเวลา 12-20 ปี
V.S. = Very Superior แสดงว่ามีการหมักบ่มเป็นเวลา 5-9 ปี
วิสกี้ (Whisky,Whiskey) คือสุรากลั่นที่ทำจากข้าวหรือข้าวข้าวโพดหรือ Grain ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดก็ได้โดยนำมาหมักแล้วกลั่นให้มีดีกรีสูงขึ้น จากนั้นนำไปเก็บบ่มในถังไม้โอ๊กเพื่อให้ได้สี กลิ่น รสที่ดีขึ้น แต่ก่อนจะนำมาบรรจุขวด บางชนิดยังนำไปปรุงแต่ง สี กลิ่น รสอีกครั้ง เพื่อให้ได้มาตรฐานตามความนิยมของผู้บริโภค วิสกี้ที่นิยมมาก นอกจากวิสกี้ของท้องถิ่นแล้ว วิสกี้จากต่างประเทศที่นิยมกันมากก็มี Scotch Whisky, Irish Whisky, American Whisky, Canadian Whisky ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ในด้าน กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันออกไป
วิสกี้มี้นตอนการผลิต 5 ขั้นตอน คือ วิสกี้โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
สก๊อตวิสกี้ (Scotch Whisky) คือวิสกี้ที่ผลิตในประเทศ “สก๊อตแลนด์”
เบอร์เบิ้นวิสกี้ (Bourbon Whiskey) คือวิสกี้ที่ผลิตในประเทศ “อเมริกา”
ไอริชวิสกี้ (Irish Whiskey) คือวิสกี้ที่ผลิตในประเทศ “ไอร์แลนด์”
แคนาเดียนวิสกี้ (Canadian Whisky) คือวิสกี้ที่ผลิตในประเทศ “แคนาดา”
วิสกี้ที่ผลิตในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากข้อกล่าวข้างต้นเช่น อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน, ไทย เป็นต้น
สก๊อตวิสกี้ (Scotch Whisky) เบอร์เบิ้นวิสกี้ (Bourbon Whiskey)
ยิน (Gin) เป็นเหล้าสีขาว ที่มีกลิ่นหอมของผลจูนิเปอร์ ทำมาจากการ กลั่นข้าวหรือ Grain และผสมกลิ่นรสชาติของสมุนไพร และผลจูนิเปอร์ เป็นที่นิยมกันมากในฮอลันดา สมัยก่อนจึงเรียกจินว่า “Dutch Courage”และได้รับการเปลี่ยนชื่อให้เรียกสั้นๆว่า Gin
ยินเป็นสุราอีกชนิดหนึ่งที่ได้จากการกลั่นของการหมักของกากน้ำตาล, เมล็ดธัญญพืช (ซึ่งก็มี เมล็ดข้าวโพด, เมล็ดข้าวบาร์เล่ย์, เมล็ดข้าวไรย์ และเมล็ดข้าวอื่นๆ) ยินเป็นสุราขาว (ใสไม่มีสี) ที่มีความลงตัวระหว่างความ ดราย (Dry) หรือ ไม่หวาน และกลิ่นรสสดชื่นของผลจูนิเปอร์ สมุนไพรและเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งทำให้ยินแตกต่างจากสุราทั่วไป ปัจจุบันผลิตกันในหลายๆประเทศ กลิ่นและรสชาติก็แตกต่างกันไปเพราะมีเปลี่ยน แปลงทั้งวิธีการผลิตและส่วนผสม ยินที่ผลิตจากประเทศฮอลันดา รสจะเข้มข้นมาก นิยมดื่มโดยไม่ผสม แต่ควรแช่ให้เย็นจัดจินจากอังกฤษและอเมริกา นิยมดื่มเป็นเครื่องดื่มผสม ที่รู้จักกันแพร่หลายเช่น Gin Tonic ,Orange Blossom ,Tom Collins, Martini
ยินที่รู้จักกันดีในประเทศไทยเช่น Bombay, Sapphire, Beefeater, Gordon, Gilbey’s ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้คำว่า London Dry Gin
สำหรับประเทศไทย เหล้าที่มีกลิ่นคล้ายเหล้ายินต่างประเทศ ที่เกิดขึ้นรายแรกคือ อังเคิล ทอม จี (Uncle Tom-G) คุณสมบัติไม่แพ้ยิน อเมริกา หรือ อังกฤษ ข้อดีอีกข้อก็คือ ราคา ซึ่งเป็นจุดแข็ง ของสินค้าทำให้เหมาะสม ในการนำมาปรุงเป็นค็อกเทล
จิน ยี่ห้อต่างๆที่มีขายในเมืองไทย อังเคิล ทอม จี : Uncle Tom-G
รัม (Rum) จัดเป็นประเภท Spirit เป็นเหล้าที่กลั่นจากอ้อยหรือกากน้ำตาล ผลิตมากตามหมู่เกาะฝั่งทะเลคาร์ลิเบียน ซึ่งปลูกอ้อยกันมาก ผลิตและจำหน่ายหลายประเทศ เช่น Puerto Rican สีClear, Jamaica จะเป็นสีDark, Cuban จะเป็นสี Light, Gold, Dark เป็นต้น
White Rum หรือ Light Rum (รัมสีขาว) ในขบวนการผลิตค็อกเทลจะเรียกWhite ว่า Clear เป็นรัมที่มีสีใส
Silver Rum คือรัมชนิดต้องเก็บบ่มในถังไม้เพื่อให้กลิ่นรสดีขึ้น เหมาะสำหรับนำไปผสมค็อกเทลที่ไม่ต้องให้สีเปลี่ยน
Gold Rum (รัมสีทอง) เป็นรัมที่มีสีเหลืองใส ได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี หรือผสมสี กลิ่น รสชาติ ด้วยคาราเมล (Caramel) ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาล เป็นสีเหลืองทอง เพื่อให้ได้เหล้ารัมที่มีกลิ่นสี รสชาติมากขึ้นกว่าเดิม
ดาร์ค รัม (Dark Rum) รัมสีดำเป็นรัมที่มีสีเกือบดำ ได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี และผสมกับคาราเมล ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาล จนเป็นสีดำเกือบไหม้ จะได้กลิ่นและรสชาติมากขึ้น
เหล้ารัม นิยมนำไปผสมเป็นค็อกเทลมาก ที่รู้จักกันมากคือ Rum Coke หรือ Cuba Libre นอกจากนี้ยังนำไปผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆเช่น น้ำผลไม้ต่างๆโดยเฉพาะที่เรียกว่า Punch จะเป็นเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีมากกับรัม เหล้ารัมที่จำหน่ายจะมีดีกรีราว 40 ดีกรี แต่มีหลายชนิดผลิตให้มีดีกรีสูงมากถึง 75.5 ดีกรี หรือที่เขียนว่า 151 Proof เพื่อให้เครื่องดื่มผสมมีความแรงเพิ่มขึ้น
บ้านเราก็มี เหล้ารัม กันมานานแล้ว แต่ผู้บริโภคส่วนมากไม่รู้จักว่าเหล้ารัมคืดเหล้าประเภทไหน ทำมาจากอะไร ยังแยกแยะกันไม่ออก ตัวอย่างเหล้ารัมบ้านเราคือ แม่โขง แสงโสม หงษ์ทอง ซึ่งจัดเป็น ดาร์ค รัม (Dark Rum) ส่วนไวท์ รัม (White Rum) ก็คือ เหล้าขาว ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วๆไป
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเหล้าที่มีกลิ่น และคุณภาพ คล้าย ไวท์ รัม (White Rum) ของต่างประเทศก็คือ อังเคิลทอม อาร์ (Uncle Tom-R)
เรื่องราวของรัม (Rum) เกิดขึ้นจาก การผจญภัยของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ภายหลังจากที่เขาได้เดินทางไปยังหมู่เกาะต่างๆ แล้วนำต้นอ้อย มาทดลองปลูกในหมู่เกาะ เวสต์ อินดีส (West Indies) หรือหมู่เกาะอินเดียตะวันตกเป็นผลสำเร็จ ที่จริงแล้ว ในระยะต้นนี้ จุดประสงค์หลักของการปลูกอ้อยก็คือเพื่อนำไปผลิตน้ำตาล อย่างไรก็ตาม ผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลก็คือกากน้ำตาลจากอ้อย ซึ่งเราเรียกอีกอย่างได้ว่า มอลลาส (Molasses) นั้น ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป แต่ก็มีผู้สังเกตุเห็นว่า กากน้ำตาลเหล่านี้ เกิดการหมักตัวเองขึ้นตามธรรมชาติ จึงได้มีการทดลองนำกากน้ำตาลมาผลิตสุราดูบ้าง ซึ่งก็ได้ผลดี และเราเรียกสุราชนิดนี้ว่า “ รัมเบลเลียน ” (Rumbellion) หรือ “ รัม ” (Rum) แหล่งที่ทำการผลิตเหล้ารัม อยู่ในแถบหมู่เกาะคาริบเบียน (Caribbean), อินโดนีเซีย (Indonesia), อินเดีย (India) และ อเมริกา (America) แต่รัมที่มีชื่อเสียงมาก ส่วนใหญ่จะมาจากทางแถบหมู่เกาะคาริบเบียน ซึ่งเป็นหมู่เกาะทางอเมริกาใต้ เช่น บาบาโด๊ส (Barbados), จาไมก้า (Jamaica)
วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตรัม คือ น้ำตาลจากอ้อย (Sugar Cane) และ กากน้ำตาลจากอ้อย (มอลลาส) เสน่ห์ของรัมอยู่ที่กลิ่นหอมของน้ำตาลอ้อยที่เจือจางอยู่ในน้ำรัม ซึ่งผู้ผลิตจะต้องใช้ความละเอียดอ่อน ในการผลิตเพื่อเก็บรักษาคุณสมบัตินี้ไว้ให้ดีที่สุด และปริมาณแอลกอฮอล์ของเหล้ารัม จะอยู่ที่ 40 ดีกรี
ดาร์ค รัม
Dark Rum โกลด์ รัม
Gold Rum ไลท์ รัม
Light Rum อังเคิลทอม อาร์
Uncle Tom-R
วอดก้า (Vodka) คำว่า “Vodka” หรือ Wodka” มาจากภาษารัสเซียคือ “Zhiznennia Voda” แปลว่า “Water of Life” บ้างก็แปลว่า “Little Water” วอดก้าเป็นที่ยอมรับของชาวอเมริการาวประมาณปี ค.ศ. 1946 วอดก้าเป็นเหล้าสีขาวใส มีกลิ่นเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่รู้สึก ดีกรี 40-60 สมัยก่อนไม่เป็นที่รู้จัก แต่ในปัจจุบันเป็นเหล้าที่นิยมกันมาก เป็นเหล้าที่หมักจากข้าว หรือมันฝรั่งและอ้อยแล้วแต่วัตถุดิบของผู้ผลิตประเทศนั้นๆ ผ่านการกรองและดูดกลิ่นจนเหลือสีเจือปนและกลิ่นน้อยที่สุด วอดก้าของรัสเซีย หรือโปแลนด์บางชนิดนิยมแช่สมุนไพร หรือเครื่องเทศเพื่อให้เป็นเหล้ายา แต่ไม่ค่อยพบในท้องตลาดบ้านเรา
คำว่า “It will leave you breathless”ที่ชาวยุโรปพูดกันจนชิน คือ เมื่อดื่มวอดก้า แล้วจะไม่มีกลิ่นติดค้างเมื่อหายใจ ค็อกเทลที่ผสมวอดก้าที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ Screw Driver, Bloody Mary, Vodka Martini,Salty Dog’s เป็นต้น ส่วนเหล้าวอดก้าที่เรารู้จักกันดีในประเทศไทย คือ Borzoi , Smirnoff, Stolighinaya, Ursus, Skyy,
ปัจจุบัน วอดก้าสามารถผลิตกันได้ทั่วทุกมุมโลก แม้กระทั่งประเทศไทยเอง ก็สามารถผลิตได้เหมือนมากจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ อังเคิล ทอม วี (Uncle Tom-V)และอังเคิล ทอม เบอร์ 9(Uncle Tom No.9)
วอดก้า มีต้นกำเนิดในแถบยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะ รัสเซีย (Russia) และ โปแลนด์ (Poland) ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น ผู้คนแสวงหาเครื่องดื่มที่จะช่วยให้พวกเขาต่อสู้กับความหนาวเย็นได้ วอดก้า เป็น นิวโทรล์ สปิริต (Neutral Spirt) คือ สุราที่มีความเป็นกลาง กล่าวคือ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และ ไม่มีรส แต่วอดก้าราคาถูกอาจมีรสขมติดปลายลิ้น หรืออาจ มีกลิ่นของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หลงเหลืออยู่
วัตถุดิบในการผลิตของวอดก้านั้น มีหลากหลายชนิด นับตั้งแต่ มันฝรั่ง (Potato), เมล็ดข้าว (Grain) เช่น เมล็ดข้าวโพด (Corn) และเมล็ดข้าวสาลี (Wheat) แต่ส่วนมากจะ ใช้ธัญญพืช ในการผลิต สำหรับประเทศที่มีการผลิตวอดก้านี้ ไม่ใช่จะมีแต่ประเทศรัสเซียเท่านั้น แต่ยังมีประเทศอื่นอีกที่มีการผลิตเหล้าชนิดนี้ เช่น ประเทศอเมริกา(America) และประเทศโปแลนด์ (Poland) เป็นต้น
ถ้าดูจากกฏหมายที่ระบุความเป็นเหล้าวอดก้าแล้วอาจจะไม่นึกอยากดื่มด้วยซ้ำเพราะ วอดก้าจะต้องไม่มีบุคลิก, ไม่มีสี, ไม่มีกลิ่น, ไม่มีรส แต่ทว่าเอกลักษณ์อันนี้ทำให้วอดก้าเป็นเหล้าที่ใช้ผสมที่ดีที่สุด เพราะแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ช่วยเน้นรสชาติของสิ่งที่ผสมลงไปทำให้เกิดความหอมหวานยิ่งขึ้น และใช้ผสมกับสุราอื่นๆได้ทุกชนิด นอกจากนี้ วอดก้ายังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เมื่อดื่มแล้ว จะทำให้เกิดอาการเมาค้างในวันรุ่งขึ้นได้น้อยที่สุดในบรรดาสุราทุกชนิด
วอดก้า ยี่ห้อต่างๆ ที่มีขายในเมืองไทย อังเคิลทอม : Neutral Spirit
ตากีล่า (Tequila) ตากีล่า เป็นเหล้าสีขาวกลิ่นแรง หมักจากพืชที่เรียกว่า Mezcal ผลิตในประเทศเม็กซิโก ปกติตากีล่าจะมีสีขาว แต่บางชนิดมีสีเหลืองทองจากการเก็บบ่มในถังไม้ ปกติชาวพื้นเมืองเม็กซิโก นิยมดื่มเหล้าตากีล่าโดยไม่ผสม ในแถบบ้านเรา(ประเทศไทย) มักจะนิยมใส่แก้ว Shot ก้นหนาๆ เพื่อนำไปกระแทกกับโต๊ะพื้นไม้ หรือ โฟเมก้าให้มีเสียงดังๆก่อนดื่ม และจะหยิบเกลือใส่ปากก่อนแล้วบีบมะนาวตาม จากนั้นก็จะยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อให้รสชาติของเหล้าคลุกเคล้ากับเกลือ และมะนาวในปาก ในปัจจุบันนิยมนำตากีล่ามาทำเป็นค็อกเทลกันมากขึ้นเช่น Tequila Sunrise, Margarita ,Matador เป็นต้น เหล้าตากีล่าที่รู้จักกันดีในประเทศไทยคือ El-Toro,Sirra
เตกิล่า (Tequila) เป็นสุราเม็ซคัล (Mezcal) คือสุราพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก (Mexico) ชาวเม็กซิกัน (Maxican) รู้จัก
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากต้น ” อากาเว่ ” (Agave’) หรือ พืชตระกูลป่าน ที่มีลักษณะแกนกลางของลำต้นอวบใหญ่ เต็มไปด้วยแป้ง ใบสีเขียวเข้ม มาตั้งแต่ ค.ศ. 250-300 ต่อมาชาวสเปนในเม็กซิโกเริ่มเรียนรู้ว่า มีอากาเว่บางพันธุ์เท่านั้นที่สามารถนำมาผลิตสุราคุณภาพดี สุราที่ผลิตจากอากาเว่นี้ เรียกกันว่า “อา-กวาร์เดนเต้ เดอ อากาเว่” (Aguardiente de agave’) นับจนถึงสมัยศตวรรษที่ 19 สุราชนิดนี้เปลี่ยนเป็นมีชื่อเรียกตามถิ่นกำเนิด คือเตกิล่า (Tequila) ซึ่งเป็นชื่อเมืองที่ผลิตสุรา ส่วนต้นบลูอากาเว่ (Blue Agave’) นั้น เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เตกิล่า จะต้องใช้เวลาปลูกนาน 8 – 12 ปี ถึงจะนำมาใช้ผลิตเตกิล่าได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการบำรุงไม่ดีพอ จะทำให้ใช้เวลาปลูกนานกว่านั้น ถึงจะใช้ผลผลิตได้
ลำต้น (แกนกลาง) อากาเว่ ต้น อากาเว่
เตกิล่าไม่จำเป็นต้องเก็บบ่ม แต่ก็มีหลายยี่ห้อที่ทำการเก็บบ่มเพื่อให้รสชาตินุ่มนวลขึ้น เราจึงพบว่ามีเตกิล่า หลายชนิด ในท้องตลาด ได้แก่
เตกิล่าสีขาว (ซิลเวอร์-Silver) เมื่อกลั่นเสร็จแล้วจะต้องนำไปผสมน้ำให้เจือจางเพื่อให้ได้ปริมาณ แอลกอฮอล์ตามต้องการและพักไว้ 15-20 วันจึงจะบรรจุขวดได้
เตกิล่าสีทอง (โกล์ด-Gold) สีทองของเตกิล่าได้จากสีของถังไม้ที่เก็บบ่มเช่นเดียวกับวิสกี้หรือคอนยัค ทำให้รสชาตินุ่มนวลขึ้น ตามมาตรฐานของรัฐบาลเม็กซิกันนั้น การเก็บบ่มเตกิล่าสีทองจะต้องบ่มอย่างน้อย 2 เดือนไปจนถึง 6 เดือน แล้วจะได้เตกิล่า ที่มีสีทองอ่อนๆ เตกิล่าชนิดนี้ ภาษาเม็กซิกัน เรียกว่า “รีโพซาโด เตกิล่า” (Reposado Tequila)
เตกิล่า อันเยย-โฮ (Anejo) เป็นเตกิล่าสีทอง ที่มีการเก็บบ่มในถังไม้โอ๊ค นานอย่างน้อย 1 ปี จะให้รสชาตินุ่มนวล ซึ่งได้มาจากการหมักบ่มที่ได้ที่ และเป็นชนิดที่มีราคาแพงที่สุด
วิธีดื่มเตกิล่า (Tequila)
ดื่มแบบ ”ช๊อต” (Shot) คือดื่มเพียวๆ ในแก้วเล็กทรงสูง
ดื่มเพียวๆ เป็นช๊อต ตามด้วยน้ำส้มคั้นที่ปรุงด้วยเครื่องเทศ
ชูทเตอร์ส (Shooters) คือ เลียเกลือที่ทาไว้ที่มือ แล้วดื่มเตกิล่า ตามด้วยมะนาวสดชิ้นเล็กๆ (ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่นิยมที่สุดในการดื่มเตกิล่า)
นำมาผสมค็อกเทล เช่น
มาการิตต้า (Margarita) ผสมโดยใช้เตกิล่ากับลิเคียว รสส้ม (เช่นแกรนด์มาเนียร์ หรือ ทริปเปอร์ เซ็ค) และ เติมน้ำมะนาว เขย่ากับน้ำแข็ง เสริฟในแก้วค็อกเทล ที่ทาเกลือไว้ที่ขอบแก้ว 356, 359 แก้วมาการิตต้า
สแลมเมอร์ (Slammers) บางทีเรียก “ป๊อบ หรือ ป๊อบเปอร์” (Pop, Poper) โดยการใช้ โฮเซ่ คูวโว่ โกล์ด ½ ช๊อต (แก้วช๊อต) แล้วเติมด้วย เซเว่น อัพ หรือ สไปร์ท ในสัดส่วนที่น้อยกว่า ปิดปากแก้วด้วย ผ้ารองแก้ว หรือ กระดาษรองแก้ว (หรือที่เราเรียกว่า โคลส์เตอร์-Coaster) ยกเสริฟโดยใช้แก้วกระแทกไปกับโต๊ะ ทำให้เกิดฟองฟู่ขึ้น แล้วดื่มทันที
ลิเคียว Liqueur or Cordial (เหล้าหวาน) Liqueur and Cordial มีความหมายคล้ายกัน ส่วนใหญ่คำว่าLiqueur มักจะหมายถึงเหล้าหวานของประเทศแถบยุโรป ส่วน Cordial หมายถึงเหล้าหวานของประเทศสหรัฐอเมริกา Cor หมายถึง Heart เหล้าหวาน เป็นการผสมสุราชนิดใดก็ได้กับความหวาน และเพิ่มสี กลิ่น และรสลงไปด้วย โดยจะใช้สี กลิ่น รสของผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ หรือแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดของผลไม้ก็ได้ จะเห็นว่าเหล้าหวานมีสีต่างๆมากมาย อาจดื่มเปล่าๆ หรือ เพียวๆหรือแบบผสมน้ำแข็ง หรือจะนำไปผสมค็อกเทลให้มีสีสวยงาม เป็นกลวิธีในการเลือกดื่มเหล้าหวานจะเน้นรสชาติเป็นส่วนใหญ่
คำว่า “ลิเคียว” หมายถึงเหล้าหวาน เป็นเหล้าที่ผลิตได้จากการนำเอาเหล้า (Spirit) ชนิดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้บรั่นดี แล้วมีการเติมสิ่งที่ให้กลิ่น (Flavoring) เช่น ผลไม้, เมล็ดของผลไม้, สมุนไพร, รากไม้หรือเครื่องเทศต่างๆ และมีการเพิ่มความหวานให้มากขึ้นโดยอาจจะเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม การเติมความหวานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของลิเคียวซึ่งส่วนมาก จะมีความหวานตั้งแต่ 30 บริ๊กซ์ ขึ้นไป
เหล้าลิเคียวแบ่งได้เป็นชนิดหลักๆ ดังนี้คือ
ฟรุตลิเคียว (Fruit Liqueur) หรือลิเคียวผสมกลิ่นผลไม้ เป็นเหล้าหวานที่ผลิตได้มาจากการนำเอาแอลกอฮอล์ มาเติมกลิ่นโดยใช้ผลไม้ต่างๆ เช่น แอปริคอท (Apricot), ลูกพีช (Peach), ลูกเชอร์รี่ (Cherry) และส้ม (Orange) เป็นต้น
ฟรุตลิเคียวที่มีขายในตลาดเมืองไทยและเป็นที่นิยม เช่น แกรนด์ มาเนียร์ (Grand Marnier), คอนโทร์ (Cointreau), คาลัวร์ (Kahlua), มาลิบู (Malibu) และทริปเปอร์ เซค (Triple Sec) เป็นต้น
ฟรุตลิเคียวที่มีขายในเมืองไทย Ploy Fruit Liq
แพลนต์, เฮิรบ์ ลิเคียว (Plan, Herb Liqueur) หรือลิเคียวผสมกลิ่นเครื่องเทศ, สมุนไพร เป็นเหล้าอีกชนิดหนึ่งที่มีการผลิตเช่นเดียวกับฟรุตลิเคียว ลิเคียวชนิดนี้การผลิต ส่วนใหญ่จะมีการเติมสีสังเคราะห์ลงไปเพื่อได้สีตามต้องการ แพลนต์ลิเคียวที่มีขายในตลาดเมืองไทยและเป็นที่นิยม เช่น ดรัมบุย (Drambuie), และเบเนดิคทีน ดอม (Benedictine D.O.M) เป็นต้น
ครีมลิเคียว (Cream Liqueur) หรือลิเคียวที่มีส่วนผสมของครีมเป็นหลัก เป็นลิเคียวอีกชนิดที่มีการผลิตเฉพาะ ตัวมันเองเป็นพิเศษ (Spcial Style) ซึ่งส่วนผสมหลักๆจะเป็น แอลกอฮอล์ กับ ครีม (หรือนม) นั่นเอง ครีมลิเคียวที่มีขายในเมืองไทยและเป็นที่นิยม เช่น Baileys Irish Cream (เบย์ลี่ส์ ไอริช ครีม), Carolans Irish Cream (คาโรแลนส์ ไอริช ครีม)
เบย์ลี่ส์ ไอริช ครีม
ไวน์ (Wine)เนื่องจากไวน์ ไม่ค่อยนิยมนำมาผสมเป็นเครื่องดื่มจำพวกค็อกเทล จึงไม่ขอเสนอรายละเอียดให้มากนัก จะเสนอไว้อย่างคร่าวๆเพื่อให้ทราบถึงการแบ่งจำพวกกลุ่มของเหล้า ไวน์คือสุราหมักชนิดหนึ่งที่ใช้องุ่นเป็นวัตถุดิบในการผลิต คำว่า Wine (ไวน์) มีรากฐานมาจากคำว่า Vine (ไวน์) แปลว่า เถาวัลย์หรือเถาองุ่น โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
สตีล ไวน์ (Still Wine) หรือไวน์ไม่มีฟอง เป็นไวน์ที่ผลิตจากองุ่น และมีปริมาณแอลกอฮอล์ ประมาณ 9-14% ส่วนเทเบิ้ลไวน์ (Table Wine) ก็เป็นสตีลไวน์ชนิดหนึ่ง (ซึ่งเป็นไวน์เกรด และคุณภาพต่ำที่สุด)
สปาร์คลิ้ง ไวน์ (Sparkling Wine) หรือไวน์มีฟอง เป็นไวน์ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปนอยู่ แชมเปญ (Champagne) ก็เป็นสปาร์คลิ้งไวน์ประเภทหนึ่ง สปาร์คลิ้งไวน์ส่วนใหญ่ใช้ดื่ม ฉลองชัยชนะ การประสบความสำเร็จหรือ การเริ่มสิ่งใหม่
แอปเพอร์ริทีฟ ไวน์ (Aperitif Wine) คือไวน์เจริญอาหาร หรือไวน์ปรุงแต่งกลิ่นรส ไวน์ประเภทนี้ที่นักดื่มรู้จักดี คือ เวอร์มุท (Vermouth) ซึ่งปรุงแต่งให้มีกลิ่นหอมเครื่องเทศและสมุนไพร ไวน์ประเภทนี้ใช้ดื่มเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนรับประทานอาหาร
ฟอร์ทิฟายด์ ไวน์ (Fortified Wine) เป็นไวน์ปรุงแต่งให้มีดีกรีสูงกว่าไวน์ธรรมดา โดยนำสตีลไวน์ธรรมดาไปเคล้าผสมกับเหล้าบรั่นดี ก่อนทำการบรรจุขวด ไวน์ชนิดนี้ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีได้แก่
เชอร์รี่(Sherry) เช่น Tio Pepe (ทิโอ เปเป้), Harveys Bristol Cream (ฮาเว่ย์ บริสตอท ครีม),Solero (โซเรโร่), Kirsberry (คิสเบอร์รี่) เป็นต้น
พอร์ท(Port) เช่น Taylor’s Special Ruby (เทย์เล่อส์ สเปเชี่ยล รูบี้), Taylor’s Special Tawny (เทย์เล่อส์ สเปเชี่ยล ทวอนี่) เป็นต้น
สตีลไวน์ (Still Wine) แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามสีของไวน์ ดังนี้
ไวน์แดง (Red Wine) หรือ เรด ไวน์
ไวน์ขาว (White Wine) หรือ ไวท์ ไวน์
ไวน์ชมพู (Rose Wine) หรือ โรเซ่ ไวน์
ไวน์ทั้ง 3 ประเภทนั้นแตกต่างกันตรงวัตถุดิบคือพันธุ์องุ่น ส่วนกรรมวิธีการผลิตใช้วิธีการคล้ายคลึงกัน
ไวน์แดง (Red Wine) วัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตไวน์แดงนั้น คือองุ่นแดงหรือม่วง ไวน์แดงที่ได้รับความนิยมในหมู่นักดื่มไวน์ คือไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ คาร์เบอเน่ โซวิญอง (Carbernet Sauvignon), องุ่นพันธุ์ เมอร์โล (Merlot) จากเขตบอร์โดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส
ไวน์ขาว (White Wine) วัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตไวน์ขาวนั้น คือองุ่นขาวหรือองุ่นเขียว ไวน์ขาวที่ได้รับความนิยมมากคือไวน์ที่ผลิตจากองุ่นขาวพันธุ์ ชาดอนเน่ (Chadonnay) จากเขตเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส ไวน์ขาวมีความแตกต่างจากไวน์แดง คือ องุ่นที่นำมาผลิตจะเป็นองุ่นขาวหรือองุ่นเขียว ส่วนขั้นตอนการหมัก ไวน์ขาวจะไม่หมักรวมกับเปลือก และก้านขององุ่น
ไวน์ชมพู (Rose Wine) หรือโรเซ่ ไวน์ชมพูมีความแตกต่างจากไวน์ขาวตรงที่ ใช้องุ่นแดงในการผลิต และขั้นตอนการหมัก ไวน์ชมพูจะหมักทั้งเปลือกและก้านไปสักระยะหนึ่งประมาณ 21 ชั่วโมง แล้วแยกเศษเปลือกและก้านออก ส่วนวิธีการผลิตขั้นตอนอื่นๆ จะใช้วิธีเดียวกันกับการผลิตไวน์แดง
จะเห็นได้ว่า โลกของเหล้ามีเยอะมาก(ที่อ่านมานี้ ยังไม่ได้ครึ่งเลย) เหล้าทุกชนิดสามารถนำมาทำค็อกเทลได้หมด แต่ขอให้เรารู้จักเหล้าตัวนั้นก่อน บางท่านไปซื้อหนังสือมาอ่าน อยากมีความรู้เรื่องค็อกเทล เผื่อเพื่อนๆ อาจจะมา Dinner ที่บ้าน แต่แล้วก็ทำไม่ได้ เพราะในหนังสือบอกชื่อเหล้าที่เราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรู้จัก จะไปหาซื้อ ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน ,,,สุดท้ายหันไปหันมาดื่มเบียร์ หรือไม่ก็วิสกี้ ดีกว่า…แต่น่าเสียดายถ้าท่านจะทำอย่างนั้น เพราะค็อกเทลเป็นเหล้าที่มีรสชาติที่หลากหลาย ทำได้ทุกรสชาติ ที่ท่านอยากจะดื่ม เป็นหมื่น เป็นแสนชนิด …ลองดูครับ อร่อยกว่าเบียร์และวิสกี้แน่นอน
ที่มา : chaopraya.biz
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: แอลกอฮอล์, แอลกอฮอล์ 100, แอลกอฮอล์ 120, แอลกอฮอล์ 70, แอลกอฮอล์ 70 ราคา, แอลกอฮอล์ 95, แอลกอฮอล์ กฎหมาย, แอลกอฮอล์ กรด เบส, แอลกอฮอล์ กรมสรรพสามิต, แอลกอฮอล์ กินได้, แอลกอฮอล์ ความดันโลหิตสูง, แอลกอฮอล์ ความหมาย, แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น, แอลกอฮอล์ คือ, แอลกอฮอล์ คืออะไร, แอลกอฮอล์ คุณสมบัติ, แอลกอฮอล์ จุดตะเกียง, แอลกอฮอล์ จุดไฟ, แอลกอฮอล์ ดีกรี, แอลกอฮอล์ ดีต่อสุขภาพ, แอลกอฮอล์ ตั้งครรภ์, แอลกอฮอล์ ติดไฟ, แอลกอฮอล์ ทาหน้า, แอลกอฮอล์ ที่กินได้, แอลกอฮอล์ ทําความสะอาด, แอลกอฮอล์ ทํามาจาก, แอลกอฮอล์ ทํามาจากอะไร, แอลกอฮอล์ ทําให้รูขุมขนกว้าง, แอลกอฮอล์ ทําให้อ้วน, แอลกอฮอล์ น้ําหอม, แอลกอฮอล์ ปฐมภูมิ, แอลกอฮอล์ ประเภท, แอลกอฮอล์ ผสมน้ําหอม, แอลกอฮอล์ ฟีนอล, แอลกอฮอล์ ฟีนอล และอีเทอร์, แอลกอฮอล์ ภาษาอังกฤษ, แอลกอฮอล์ มีกี่ประเภท, แอลกอฮอล์ มีผลต่อร่างกาย, แอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง, แอลกอฮอล์ ยา, แอลกอฮอล์ รักษาสิว, แอลกอฮอล์ ราคา, แอลกอฮอล์ รูขุมขนกว้าง, แอลกอฮอล์ ละลายน้ํา, แอลกอฮอล์ ลิ ซึ่ ม ภาษา อังกฤษ, แอลกอฮอล์ ลิ ซึ่ ม อาการ, แอลกอฮอล์ ลิซึ่ม, แอลกอฮอล์ ล้างมือ, แอลกอฮอล์ ล้างหน้า, แอลกอฮอล์ วิกิ, แอลกอฮอล์ สปาย, แอลกอฮอล์ สมอง, แอลกอฮอล์ สรรพคุณ, แอลกอฮอล์ สังฆัง, แอลกอฮอล์ สารเสพติด, แอลกอฮอล์ สิว, แอลกอฮอล์ สูตรเคมี, แอลกอฮอล์ สูตรโครงสร้าง, แอลกอฮอล์ สําหรับทําความสะอาด, แอลกอฮอล์ หน้าที่, แอลกอฮอล์ หน้าแดง, แอลกอฮอล์ หมดอายุ, แอลกอฮอล์ หมายถึง, แอลกอฮอล์ หม้อไฟ, แอลกอฮอล์ อสุจิ, แอลกอฮอล์ ออกฤทธิ์, แอลกอฮอล์ อังกฤษ, แอลกอฮอล์ อิสลาม, แอลกอฮอล์ อุ่นอาหาร, แอลกอฮอล์ อ้วน, แอลกอฮอล์ เข้าตา, แอลกอฮอล์ เคมี, แอลกอฮอล์ เคมีอินทรีย์, แอลกอฮอล์ เครื่องสําอาง, แอลกอฮอล์ เชื้อรา, แอลกอฮอล์ เช็ดผิว, แอลกอฮอล์ เช็ดรถ, แอลกอฮอล์ เช็ดหน้า, แอลกอฮอล์ เช็ดโทรศัพท์, แอลกอฮอล์ เบียร์, แอลกอฮอล์ เหลว, แอลกอฮอล์ แคลอรี่, แอลกอฮอล์ แปล, แอลกอฮอล์ และ ฟี น อ ล, แอลกอฮอล์ แห้ง, แอลกอฮอล์ ในเครื่องสําอาง, แอลกอฮอล์ ในเบียร์, แอลกอฮอล์ ใส่ตะเกียง, แอลกอฮอล์ ให้พลังงาน, แอลกอฮอล์กับการตั้งครรภ์, แอลกอฮอล์กับความดันโลหิตสูง, แอลกอฮอล์กับสมอง, แอลกอฮอล์กับสุขภาพ, แอลกอฮอล์กับหญิงตั้งครรภ์, แอลกอฮอล์กับเบาหวาน, แอลกอฮอล์กินได้, แอลกอฮอล์ก้อน, แอลกอฮอล์ขาว, แอลกอฮอล์คือ, แอลกอฮอล์คืออะไร, แอลกอฮอล์จากตะขบ, แอลกอฮอล์จากผลไม้, แอลกอฮอล์จากมันสําปะหลัง, แอลกอฮอล์จากอ้อย, แอลกอฮอล์จุดไฟ, แอลกอฮอล์ดีไซ, แอลกอฮอล์ติดไฟ, แอลกอฮอล์ต่อสุขภาพ, แอลกอฮอล์ทาหน้า, แอลกอฮอล์ที่กินได้, แอลกอฮอล์ที่พบมากในชีวิตประจําวัน, แอลกอฮอล์ที่แรงที่สุด, แอลกอฮอล์ที่ใช้ผสมน้ําหอม, แอลกอฮอล์ทําความสะอาด, แอลกอฮอล์ทําลายตับ, แอลกอฮอล์ทําให้ความดันโลหิตสูง, แอลกอฮอล์ทําให้อ้วน, แอลกอฮอล์บริสุทธิ์, แอลกอฮอล์ปฐมภูมิ, แอลกอฮอล์ประกอบด้วย, แอลกอฮอล์ผสมน้ํา, แอลกอฮอล์ผสมน้ําหอม, แอลกอฮอล์ผสมสี, แอลกอฮอล์ภาษาอังกฤษ, แอลกอฮอล์มิเตอร์, แอลกอฮอล์มีกี่ประเภท, แอลกอฮอล์มีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร, แอลกอฮอล์มีผลต่อสมอง, แอลกอฮอล์มีผลต่อสุขภาพอย่างไร, แอลกอฮอล์มีอะไรบ้าง, แอลกอฮอล์ลิก, แอลกอฮอล์ลิซึ่ม, แอลกอฮอล์ลิซึ่ม คือ, แอลกอฮอล์ลิซึ่ม ภาษาอังกฤษ, แอลกอฮอล์ลิซึ่ม อาการ, แอลกอฮอล์ล้างมือ, แอลกอฮอล์ล้างหน้า, แอลกอฮอล์สเปรย์, แอลกอฮอล์หมดอายุ, แอลกอฮอล์หมายถึง, แอลกอฮอล์หม้อไฟ, แอลกอฮอล์อยู่ไหน, แอลกอฮอล์อุ่นอาหาร, แอลกอฮอล์เกิดจาก, แอลกอฮอล์เข้าตา, แอลกอฮอล์เจล, แอลกอฮอล์เจลล้างมือ, แอลกอฮอล์เช็ดหน้า, แอลกอฮอล์เทอร์มอมิเตอร์, แอลกอฮอล์เทอร์โมมิเตอร์, แอลกอฮอล์เหลว, แอลกอฮอล์แข็ง, แอลกอฮอล์แข็ง คือ, แอลกอฮอล์แข็ง ราคา, แอลกอฮอล์แข็งจากเศษสบู่, แอลกอฮอล์แข็งอุ่นอาหาร, แอลกอฮอล์แต้มสิว, แอลกอฮอล์แปลงสภาพ, แอลกอฮอล์แผ่น, แอลกอฮอล์และกรดอินทรีย์, แอลกอฮอล์และฟีนอล, แอลกอฮอล์ในข้าวหมาก, แอลกอฮอล์ในร่างกาย, แอลกอฮอล์ในเครื่องสําอาง, แอลกอฮอล์ในเหล้า, แอลกอฮอล์ในไวน์, แอลกอฮอล์ใส่ตะเกียง
Posted in ภูมิแพ้, มะเร็ง, ยา, สาระสุขภาพ, โรคทางเดินหายใจ, โรคทางเดินอาหาร | No Comments »
มีนาคม 18, 2012 by kitdanai3
บุหรี่
จากรายงานการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า ในกลุ่มผู้สูบหรี่จะมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 2.4 เท่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงหรือมีไขมันในเลือดสูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถึง 1.5 เท่า แต่หากผู้สูบบุหรี่นั้นเป็นทั้งความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 8 เท่าของคนทั่วไป
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ติดบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเสื่อมและเกิดความตีบตันเร็วมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 10-15 ปี
องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นผลจากการสูบบุหรี่
ในสตรีบุหรี่ที่ได้รับยาคุมกำเนิด จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าสตรีทั่วไปถึงเกือบ 40 เท่า และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบและเกิดโรคระบบหลอดเลือดสูงกว่าสตรีทั่วไปด้วย
นอกจากนี้ มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 10 เท่า โดยความเสี่ยงจะเพิ่มจากจำนวนบุหรี่ที่สูบ และในกลุ่มผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้น ครึ่งหนึ่ง(ร้อยละห้าสิบ) จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเลย และอีกร้อยละ 25 จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล นั่นคือ หากเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นแล้ว โอกาสจะมีชีวิตอยู่จะน้อยลง และมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตต่อไปด้วย “Your heart is your life” “หัวใจของคุณคือชีวิตของคุณ”
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้อย่างไร
พยาธิกำเนิด หรือการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เชื่อว่า มาจากสารนิโคตินและก็าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พิสูจน์ได้ในสัตว์ทดลองส่วนสารอื่น ๆ ในควันบุหรี่ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุร่วมคือสารแคดเมี่ยม ไนตริคออกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์คาร์บอนไดซัลไฟด์ สารเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเส้นเลือดที่นำไปสู่การที่เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบคือเกิดเส้นเลือดแข็ง ผนังเส้นเลือดหนา เกร็ดเลือดจับตัวเส้นเลือดหัวใจหดตัว หัวใจเต้นไม่ปกติ ผลคือ ทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจขาดออกซิเจน เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้หากเกิดกับเส้นเลือดที่ไปเสี้ยงสมองก็จะทำให้สมองขาดออกซิเจนเช่นกันเป็นผลให้สมองเสื่อมสภาพ นำไปสู่การเป็นอัมพฤต อัมพาต หากเกิดกับเส้นเลือดที่แขน ขา จะทำให้ปวดขามากเวลาเดินเพราะกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน อาจนำไปสู่การเน่าของแขน ขา ถึงกับต้องตัดขาได้
นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว สาเหตุอื่นของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบคือ โรคความดันเลือดสูง ไขมันเลือดสูง เบาหวาน โดยการสูบบุหรี่จะเป็นตัวเร่งให้ผู้ที่เป็นเหล่านี้เกิดการตีบตันของเส้นเลือดเร็วขึ้น
สารพิษอะไรในบุหรี่ที่มีผลต่อหัวใจ
ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 4,000 ชนิด ซึ่งอยู่ภายในใบยาสูบและเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี สารเคมีหลักที่ทำให้เกิดผลต่อหัวใจคือ
รูปหัวใจ
ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดตีบแล้ว บางครั้งต้องใช้ศัลยกรรมช่วยแก้ไข ตัดต่อเส้นเลือด และหากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำ (แกมบังคับ) ให้เลิกบุหรี่ พบว่าหากผ่าตัดแล้วยังสูบบุหรี่ต่อโอกาสเกิดเส้นเลือดตับตันอีกจะสูงมาก และอัตราการรอดชีวิตจะต่ำกว่าผู้ที่เลิกบุหรี่ได้
1. นิโคติน เป็นสารเสพติด สารที่ทำให้คนติดบุหรี่ และเมื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลโดยตรงต่อสมองและต่อมหมวกไต ทำให้มีการหลั่งสารต่าง ๆ ออกมา เช่น นอร์อดรีนาลิน โดปามิน ชีโรโทนินิ เกิดปฏิกิริยาขึ้นหลายอย่าง มีการกด-กล่อมประสาท ความดันเลือดสูงขึ้น ทำใจเต้นเร็วขึ้นเส้นเลือดแดงหดตัว ซึ่งเป็นปัจจจัยที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบ ลิ้นของหัวใจมีการตีบตันจากกลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดไปจับตัวกันมีการหนาตัวขึ้นขยายผนังด้านในทำให้ระบบไหลเวียนไม่เป็นไปตามปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากบุหรี่
2. คาร์บอนมอนนอกไซด์ ในควันบุหรี่ประกอบด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณสูงและสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วมีความสามารถในการแย่งที่ออกซิเจนในการจับกับเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายรับออกซิเจนน้อยลง ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
3. สารไทโอไซยาเทน พบสารไทโอไซยาเนทในปริมาณสูง สารนี้เมื่อถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้ว จะถูกทำลายพิษที่ตับและสะสมในร่างกาย เช่นในน้ำลาย ปัสสาวะ เลือด เราจึงสามารถนำน้ำลายเลือด มาตรวจในผู้ที่สูบบุหรี่ได้
การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้โรคหัวใจดีขึ้นหรือไม่
ในผู้สูบบุหรี่น้อยกว่า 20 มวนต่อวัน การหยุดสูบบุหรี่จะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทางโรคหัวใจขาดเลือดและถ้าหากเลิกสูบบุหรี่เป็นเวลามากกว่า 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ส่วนผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือหัวใจขาดเลือดหากเลิกบุหรี่จะลดอัตราตายลงได้ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซ้ำอีก
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ประธานศัลยแพทย์ของสหรัฐอเมริกาสรุปว่า “การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทั้งชายและหญิงของสหรัฐอเมริกา” นั่นคือ การไม่สูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่สำคัญที่สุดและในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว การเลิกสูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราการเกิดโรคซ้ำและลดอัตราตายได้
ถ้าคุณยังไม่อยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. สูบบุหรี่ในบริเวณที่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่ได้เท่านั้นไม่ควรสูบในเขตปลอดบุหรี่ เช่น สถานที่ราชการ ธนาคาร รถโดยสาร สรรพสินค้า
2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ต่อหน้าบุตรหรือภรรยาเพราะนอกจากบุคคลใกล้ชิดจะได้รับควันหลงหรือสูบบุหรี่มือสองที่นอกจากจะทำให้เกิดโรคและพิษภัย เช่นเดียวกับผู้สูบแล้ว บุตรจะมีพฤติกรรมเลียนแบบบิดามารดาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. ตั้งใจ ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง
2. กำหนดวัน “ปลอดบุหรี่” ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญของศาสนา วันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยาไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่งานเครียด
3. ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่อีก
4. แจ้งแก่คนในครอบครัวที่ทำงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
5. ให้งดสุรา กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดความอยากบุหรี่อีก
6. ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยากหรืออาจอาบน้ำ
7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลดอาหารหวาน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ทางหนึ่ง
ที่มา : school.net.th
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: การสูบบุหรี่, บุหรี่, บุหรี่ lm, บุหรี่ lucky strike, บุหรี่ marlboro, บุหรี่ ppt, บุหรี่ กรองทิพย์, บุหรี่ กลิ่นช็อคโกแลต, บุหรี่ กลิ่นผลไม้, บุหรี่ กัญชา, บุหรี่ กา แรม ราคา ถูก, บุหรี่ กานพลู, บุหรี่ การออกฤทธิ์, บุหรี่ การ์ตูน, บุหรี่ กาแรม, บุหรี่ ขวัญ, บุหรี่ ขาย, บุหรี่ ขายส่ง, บุหรี่ ขึ้นรา, บุหรี่ ขึ้นเครื่อง, บุหรี่ ขึ้นเครื่องบิน, บุหรี่ คริปมิ้น, บุหรี่ ควัน สายรุ้ง, บุหรี่ ควัน หลายสี, บุหรี่ ควันสี, บุหรี่ ความดันโลหิตสูง, บุหรี่ ความหมาย, บุหรี่ คอตตอน, บุหรี่ คือ, บุหรี่ คืออะไร, บุหรี่ คําราชาศัพท์, บุหรี่ จูน, บุหรี่ ช็อคโกแลต, บุหรี่ ดันฮิล, บุหรี่ ดาวิดอฟ, บุหรี่ ดี, บุหรี่ ถุงลมโป่งพอง, บุหรี่ ที่ นิยม, บุหรี่ ที่ขายในเซเว่น, บุหรี่ ที่แพงที่สุด, บุหรี่ ที่แพงที่สุดในโลก, บุหรี่ ทํามาจาก, บุหรี่ ทําให้ผอม, บุหรี่ ทําให้เป็นสิว, บุหรี่ นอก, บุหรี่ นอก ราคา ถูก, บุหรี่ นิโคติน, บุหรี่ นําเข้า, บุหรี่ บองโจ, บุหรี่ บารากุ, บุหรี่ ประเภท, บุหรี่ ปลอม, บุหรี่ ผลกระทบ, บุหรี่ ผลไม้, บุหรี่ ผิดศีล, บุหรี่ ผู้หญิง, บุหรี่ พม่า, บุหรี่ ภาษาญี่ปุ่น, บุหรี่ ภาษาอังกฤษ, บุหรี่ มวนเอง, บุหรี่ มหันตภัยในชีวิต, บุหรี่ มะเร็ง, บุหรี่ มายด์ เซเว่น, บุหรี่ มาเล, บุหรี่ มาโบโร่, บุหรี่ มีกี่ยี่ห้อ, บุหรี่ มียี่ห้ออะไรบ้าง, บุหรี่ มีสี, บุหรี่ มือสอง, บุหรี่ ยาเสพติด, บุหรี่ ยาเส้น, บุหรี่ ยี่ห้อ, บุหรี่ ยี่ห้อ ต่างๆ, บุหรี่ ยี่ห้อไหนดี, บุหรี่ รส, บุหรี่ รสชาติ, บุหรี่ รสช็อกโกแลต, บุหรี่ ราคา, บุหรี่ ราคาถูก, บุหรี่ ราคาส่ง, บุหรี่ ราคาแพง, บุหรี่ ราชาศัพท์, บุหรี่ รุ้ง, บุหรี่ ลัคกี้, บุหรี่ ลาว, บุหรี่ ลูกชายโหน่ง, บุหรี่ ลูกโหน่ง, บุหรี่ วงกลม, บุหรี่ วันเดอร์, บุหรี่ วัยรุ่น, บุหรี่ วิกิพีเดีย, บุหรี่ วินสตัน, บุหรี่ สวย, บุหรี่ สสส, บุหรี่ สายฝน, บุหรี่ สายรุ้ง, บุหรี่ สิงคโปร์, บุหรี่ สิว, บุหรี่ สี, บุหรี่ สีรุ้ง, บุหรี่ สุรา, บุหรี่ ส่วนประกอบ, บุหรี่ หน้าใส, บุหรี่ หมดอายุ, บุหรี่ หมายถึง, บุหรี่ หลายสี, บุหรี่ หอม, บุหรี่ หาดใหญ่, บุหรี่ ออกฤทธิ์, บุหรี่ อังกฤษ, บุหรี่ อันตราย, บุหรี่ อาการ, บุหรี่ อินโด, บุหรี่ อินโดนีเซีย, บุหรี่ อิสลาม, บุหรี่ เซเว่น, บุหรี่ เบาหวาน, บุหรี่ เย็น, บุหรี่ เรนโบว์, บุหรี่ เรืองแสง, บุหรี่ เรืองแสง สี, บุหรี่ เลิกยาก แต่เลิกได้, บุหรี่ แต่ละยี่ห้อ, บุหรี่ แบล็ค, บุหรี่ แปล, บุหรี่ แปลก, บุหรี่ แพงที่สุด, บุหรี่ แพงที่สุดในโลก, บุหรี่ แม่สาย, บุหรี่ และ โทษ, บุหรี่ แอปเปิ้ล, บุหรี่ แอลเอ็ม, บุหรี่ แอสโทร, บุหรี่ ในเซเว่น, บุหรี่ ไทย, บุหรี่ ไฟฟ้า, บุหรี่ ไฟฟ้า ovale, บุหรี่ ไฟฟ้า pantip, บุหรี่ ไฟฟ้า youtube, บุหรี่ ไฟฟ้า คือ อะไร, บุหรี่ ไฟฟ้า ซื้อ ที่ไหน, บุหรี่ ไฟฟ้า ราคา ถูก, บุหรี่ ไฟฟ้า อันตราย, บุหรี่ ไม่มีกลิ่น, บุหรี่กรองทิพย์, บุหรี่กรุงทอง, บุหรี่กลิ่นหอม, บุหรี่กับวัยรุ่น, บุหรี่กับสุขภาพ, บุหรี่กับเบาหวาน, บุหรี่กานพลู, บุหรี่การัม, บุหรี่กาเเลม, บุหรี่กาแรม, บุหรี่ของญี่ปุ่น, บุหรี่ของเล่น, บุหรี่ขาย, บุหรี่ขายส่ง, บุหรี่ขายในเซเว่น, บุหรี่ขึ้นรา, บุหรี่ขึ้นเครื่องบิน, บุหรี่ควันรุ้ง, บุหรี่ควันสายรุ้ง, บุหรี่ควันสีรุ้ง, บุหรี่ควันหลายสี, บุหรี่ควันเป็นสี, บุหรี่คอตตอน, บุหรี่คาปรี, บุหรี่คือ, บุหรี่คืออะไร, บุหรี่ชูรส, บุหรี่ช็อกโกแลต, บุหรี่ช็อคโกแลต, บุหรี่ดอกปีบ, บุหรี่ดันฮิล, บุหรี่ดันฮิว, บุหรี่ดาวิดอฟ, บุหรี่ดี, บุหรี่ตราแมว, บุหรี่ตัวเล็ก, บุหรี่ต่างประเทศ, บุหรี่ต่างๆ, บุหรี่ถูก, บุหรี่ถูกที่สุดในเน็ต, บุหรี่ที่ขายในเซเว่น, บุหรี่ที่นิยม, บุหรี่ที่เย็นที่สุด, บุหรี่ที่แพงที่สุด, บุหรี่ทุกยี่ห้อ, บุหรี่ทํามาจากอะไร, บุหรี่ทําเอง, บุหรี่ทําให้ผอม, บุหรี่ทําให้เกิดโรค, บุหรี่นอก, บุหรี่นอก capri, บุหรี่นอก dunhill, บุหรี่นอก skl, บุหรี่นอก ถูก, บุหรี่นอก ราคาถูก, บุหรี่นอก สยาม, บุหรี่นอก หาดใหญ่, บุหรี่นอกซื้อที่ไหน, บุหรี่น้ํา, บุหรี่บองโจ, บุหรี่ประกอบด้วย, บุหรี่ปลอม, บุหรี่ปลอมดูยังไง, บุหรี่ผลไม้, บุหรี่ผสมกัญชา, บุหรี่ผสมกานพลู, บุหรี่ผู้หญิง, บุหรี่พม่า, บุหรี่พระจันทร์, บุหรี่พระราม, บุหรี่ฟรี, บุหรี่ภาษาอังกฤษ, บุหรี่มวนเล็ก, บุหรี่มาเลเซีย, บุหรี่มาโบโร่, บุหรี่มีกี่ยี่ห้อ, บุหรี่มียี่ห้ออะไรบ้าง, บุหรี่มีสารอะไรบ้าง, บุหรี่มีโทษอย่างไร, บุหรี่มือสอง, บุหรี่มือสอง คือ, บุหรี่มือสาม, บุหรี่ยักษ์, บุหรี่ยัดไส้, บุหรี่ยาเส้น, บุหรี่ยี่ห้อ, บุหรี่ยี่ห้อ esse, บุหรี่ยี่ห้อ sms, บุหรี่ยี่ห้อต่างๆ, บุหรี่ยี่ห้อใหม่, บุหรี่ยี่ห้อไหนดี, บุหรี่ยี่ห้อไหนดีสุด, บุหรี่รสช็อกโกแลต, บุหรี่รสต่างๆ, บุหรี่รสผลไม้, บุหรี่รสสตอเบอรี่, บุหรี่ราคา, บุหรี่ราคาถูก, บุหรี่ราคาส่ง, บุหรี่รุ้ง, บุหรี่ลักกี้, บุหรี่ลัคกี้, บุหรี่ลัคกี้ สไตรค์, บุหรี่ลาว, บุหรี่ลูกโหน่ง, บุหรี่วันเดอร์, บุหรี่สมัยก่อน, บุหรี่สมุนไพร, บุหรี่สวย, บุหรี่สายฝน, บุหรี่สายฝน ราคา, บุหรี่สายรุ้ง, บุหรี่สี, บุหรี่สีดํา, บุหรี่สีรุ้ง, บุหรี่สําหรับผู้หญิง, บุหรี่หนีภาษี, บุหรี่หนึ่งซองมีกี่มวน, บุหรี่หมดอายุ, บุหรี่หมายถึง, บุหรี่หรู, บุหรี่หลากสี, บุหรี่หลายสี, บุหรี่หวาน, บุหรี่หอม, บุหรี่ออกฤทธิ์, บุหรี่ออกใหม่, บุหรี่อะไรดีสุด, บุหรี่อะไรเย็นที่สุด, บุหรี่อะไรแรงสุด, บุหรี่อังกฤษ, บุหรี่อันตราย, บุหรี่อินโด, บุหรี่อิเล็กทรอนิก, บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์, บุหรี่เก่า, บุหรี่เซเว่น, บุหรี่เถื่อน, บุหรี่เทียม, บุหรี่เป็นสารเสพติดประเภท, บุหรี่เพื่อสุขภาพ, บุหรี่เมนทอล, บุหรี่เย็น, บุหรี่เรืองแสง, บุหรี่เลิกยากแต่เลิกได้, บุหรี่แซมโบน่า, บุหรี่แบล็ค, บุหรี่แปลก, บุหรี่แปลกๆ, บุหรี่แพงที่สุด, บุหรี่แพงที่สุดในโลก, บุหรี่แพงๆ, บุหรี่และสุรา, บุหรี่แอลเอ็ม, บุหรี่ใน 7-11, บุหรี่ในประเทศไทย, บุหรี่ในเซเว่น, บุหรี่ในไทย, บุหรี่ใบจาก, บุหรี่ใบตอง, บุหรี่ใหม่, บุหรี่ให้โทษ, บุหรี่ไฟฟ้า, บุหรี่ไฟฟ้า duracig, บุหรี่ไฟฟ้า ego-t, บุหรี่ไฟฟ้า ovale, บุหรี่ไฟฟ้า คือ, บุหรี่ไฟฟ้า ดีไหม, บุหรี่ไฟฟ้า ราคา, บุหรี่ไฟฟ้า หาดใหญ่, บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก, บุหรี่ไอน้ํา, หัวใจวาย, อาหารที่แพงที่สุดในโลก, เส้นเลือดหัวใจตีบ, โรคถุงลมโป่งพอง, โรคปอด, โรคหัวใจ
Posted in ยา, สาระสุขภาพ, เส้นเลือดในสมอง, โรคทางเดินหายใจ, โรคหัวใจ | No Comments »
มีนาคม 17, 2012 by kitdanai3
โรค กระเพาะอาหารอักเสบ
โรคกระเพาะ ถ้าจะใช้คำทางการแพทย์ที่ละเอียดขึ้นไป อาจจะต้องแบ่งออกเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ กับเรื่องของแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีลักษณะอาการใกล้เคียงกัน โดยกระเพาะอาหารอักเสบอาจจะมีการอักเสบของผิวกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จนในที่สุดทำให้เกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะคือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS
การอักเสบของกระเพาะอาหาร ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น การอักเสบแบบเฉียบพลัน กับการอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดแผลในกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ แต่คนส่วนใหญ่จะมีอาการเพียงเล็กน้อยและรักษาหายในเวลาไม่นาน
อาการของกระเพาะอาหารอักเสบ
มีอาการจุก แสบเสียด ร้อน หรือแน่น ๆ อาหารไม่ย่อย ที่บริเวณท้องส่วนบน หรือลิ้นปี่ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากอาหาร มีลมเยอะ ท้องอืด รู้สึกจุกแน่นท้องมากเวลาทานอาหาร บางคนอาจมีอาการน้ำหนักลดลง กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดแสบร้อนในท้องส่วนบน กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง จะรู้สึกแน่น ๆ จุก ๆ หรือไม่ค่อยอยากอาหาร ทานได้ไม่มากก็จะรู้สึกแน่น แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการเลยก็ได้
ในบางครั้งจะมีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร แต่พบได้น้อย ถ้ามีอาการเลือดออกในทางเดินอาหารจะมีอุจจาระที่เป็นสีดำเหมือนถ่าน และไม่แข็งเป็นก้อน (ต่างจากคนที่รับประทานธาตุเหล็กเสริมซึ่งอุจจาระจะดำเช่นกัน แต่แข็งเป็นก้อนตามปกติ) ซึ่งหากมีอาการนี้ เป็นลักษณะที่แสดงว่าต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจโดยทันที หากมีอาการดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา แต่ถ้ามีอาการเลือดออกทางเดินอาหาร ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนปนเลือด ควรพบแพทย์ทันที
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้แก่
การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ในคนที่เป็นกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
การใช้ยาแก้ปวดในกลุ่ม Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)เช่น aspirin, ibuprofen (Advil, Nurofen), Ponstan, voltaren หรือ naproxen จะทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบได้หากมีการใช้ยากลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใช้ในปริมาณมาก เนื่องจากยากลุ่มนี้จะไปทำลายชั้นผิวของกระเพาะอาหารเช่นกัน
การใช้แอลกอฮอล์ปริมาณมาก จะทำให้กิดการกัดทำลายกระเพาะ และทำให้มีกรดในกระเพาะมากกว่าปกติ
ความเครียด
น้ำดีไหลย้อน Bile reflux disease. น้ำดีถูกสร้างจากตับ และเก็บไว้ในถุงน้ำดี เมื่อน้ำดีออกมายังลำไส้ส่วนต้น จะไม่ย้อนกลับเข้ามานกระเพาะ แต่ถ้ากล้ามเนื้อที่ปลายกระเพาะผิดปกติ จะทำให้มีการย้อนของน้ำดีเข้ามาในกระเพาะทำให้เกิดการอักเสบได้
ภาวะแทรกซ้อน
ถ้าหากเป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังและไม่ทำการรักษา อาจจะเสี่ยงทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร และแผลในกระเพาะอาหารบางชนิดจะมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นหากทำการรักษากระเพาะอาหารอักเสบแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมเช่นการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร หรือการตรวจดูการติดเชื้อ H pylori
การตรวจวินิจฉัย
ถึงแม้ว่าจะสามารถให้การวินิจฉัยได้จากประวัติ อาการ และการตรวจร่างกาย แต่ในบางครั้งแพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป
การตรวจเลือด ในการตรวจเลือดจะสามารถตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ได้ โดยการตรวจหา antibodies ของเชื้อนี้ ถ้าตรวจพบภูมิแปลว่าเคยได้รับเชื้อตัวนี้มาก่อน การตรวจเลือดยังตรวจดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการมีเลือดออกจากกระเพาะ
การตรวจ Breath test เป็นการตรวจง่าย ๆ โดยตรวจดื่มนน้ำยาที่มีลักษณะเป็น radioactive carbon molecules. ถ้ามีการติดเชื้อสารนี้จะแตกตัวออกและถูกดูดซึมเข้าร่างกาย และจะถูกขับออกมาทางลมหายใจ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่ตรวจจับขณะที่คุณหายใจออกมาในถุงที่จัดไว้ให้
การตรวจอุจจาระ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการตรวจหาเชื้อตัวนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจดูว่ามีเลือดปนในอุจจาระหรือไม่ ซึ่งจะบอกเรื่องการมีเลือดออกในทางเดินอาหารได้
การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น การตรวจนี้จะทำให้เห็นความผิดปกติที่อยู่ในทางเดินอาหารได้ โดยแพทย์จะส่องกล้องเข้าไปทางปากเพื่อตตรวจดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ส่วนต้น ถ้าหากพบว่ามีผิวของทางเดินอาหารที่ผิดปกติแพทย์อาจจะทำการตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไป โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 20-30 นาที แต่อาจจะให้นอนสังเกตอาการสองหรือสามชั่วโมงจากการให้ยา
ยาที่ใช้ในการรักษากรดในกระเพาะอาหาร
Antacids. เป็นยาที่มีขายตามร้านขายยา อาจจะเป็นยาน้ำ เช่น alum milk หรือยาเม็ด antacid กลุ่มนี้ ทำหน้าที่เพียงทำให้ลดความเป็นกรดในกระเพาะ หรือช่วยเคลือบกระเพาะ และช่วยลดอาการปวดได้
Antacids. เป็นยาที่มีขายตามร้านขายยา อาจจะเป็นยาน้ำ เช่น alum milk หรือยาเม็ด antacid กลุ่มนี้ ทำหน้าที่เพียงทำให้ลดความเป็นกรดในกระเพาะ หรือช่วยเคลือบกระเพาะ และช่วยลดอาการปวดได้
ยากลุ่มยับยั้งการปั๊มกรด shut down acid ‘pumps.’ ยากลุ่มนี้ทางการแพทย์เรียกว่า proton pump inhibitors โดยการป้องกันไม่ให้เซลล์กระเพาะส่งกรดเข้ามาในกระเพาะอาหาร ยากลุ่มนี้จะได้ผลดีขึ้นแต่ราคาก็แพงขึ้นด้วยเช่น omeprazole (losec), lansoprazole (Prevacid), and esomeprazole (Nexium)
ปัญหาทางเดินอาหารอาจจะเกิดจากหลาย ๆ เหตุผล รวมถึงเรื่องพฤติกรรมของตัวคุณเองด้วย โดยทั่วไปการปฏิบัติตัวของคนที่มีปัญหาทางเดินอาหารควรปฏิบัติตัวดังนี้
ฝึกให้ระเบียบวินัยในการรับประทาน ทานให้ตรงเวลา ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานของเผ็ด ของหมักดอง พริกน้ำส้ม น้ำอัดลม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว
งดการดื่มแอลกอฮอล์
งดบุหรี่
หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยกเว้น paracetamol ซึ่งไม่กัดกระเพาะ
ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะถ้าหากว่าปล่อยให้อ้วน จะมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องผูกได้ง่าย
ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยทำให้เรื่องการไหลเวียนเลือด และช่วยให้กล้ามเนื้อลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องผูกได้
จัดการกับความเครียด ถ้าหากว่ามีความเครียด จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวาย เส้นเลือดสมอง และทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง และยังเพิ่มการสร้างกรดของกระเพาะอาหาร และทำให้การย่อยอาหารแย่ลงด้วย
ที่มา : facebook.com/DrCarebear
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: กระเพาะอาหารอักเสบ, กระเพาะอาหารอักเสบ gastritis, กระเพาะอาหารอักเสบ pdf, กระเพาะอาหารอักเสบ การรักษา, กระเพาะอาหารอักเสบ ภาษาอังกฤษ, กระเพาะอาหารอักเสบ รักษา, กระเพาะอาหารอักเสบ อาการ, กระเพาะอาหารอักเสบ อาหาร, กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน, กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
Posted in ยา, สาระสุขภาพ, โรคทางเดินอาหาร | No Comments »
มีนาคม 14, 2012 by kitdanai3
คนอีสานป่วยมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี สูงสุดในโลก
น่าตกใจพบ 30-40 คน/ 1 แสนคน…….
นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน กำลังเผชิญกับปัญหาโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี จากการประชุมร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา มีการเสนอข้อมูลน่าสนใจ พบว่าอัตราการป่วยจากโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี เมื่อเทียบกับประชากรทุก 100,000 คน กา ซึ่งค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1-2 คน แต่สำหรับประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 คน โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบอัตราป่วยมะเร็งชนิดนี้สูง 30-40 คน มากกว่าที่ใดๆในโลก ยิ่งไปกว่านี้ ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีอัตราเกิดโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีสูงถึงประมาณ 80 คนต่อแสนประชากร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น่าตกใจ จัดว่าเป็นปัญหาของภาคนี้โดยตรง ต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน
นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดทำโครงการตรวจหาผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้ง 2 ชนิดนี้ ร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี และโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ซึ่งจะขยายเครือข่ายลงสู่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียง เหนือทั้งหมด
ในอนาคต จะเสนอแผนจัดหาเครื่องอัลตร้าซาวด์แบบดิจิตอลตรวจหาโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี และโรคอื่นๆเช่น โรคนิ่ว ในโรงพยาบาลชุมชน ที่มีราคาไม่สูงมากนัก ราคาประมาณเครื่องละ 500,000- 800,000 บาท จะทำให้เราสามารถตรวจหามะเร็ง 2 ชนิดนี้ได้เร็วขึ้น การรักษาก็จะได้ผลมากกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันอัตราการรอดชีวิตหลังรักษาต่ำกว่าร้อยละ 10 แต่หากเราสามารถตรวจและรู้ได้เร็ว ให้การรักษาเร็ว จะทำให้การรักษาได้ผลเพิ่มขึ้น อัตราตายภายใน 10 ปีอาจลดลงได้ถึงร้อยละ 50 ก็ได้ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะนำเสนอรัฐบาล เพื่อเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน ระดับต้นๆ ที่ต้องทำการรณรงค์ป้องกัน โดยเน้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นายแพทย์สุรวิทย์กล่าว
นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวต่ออีกว่า สาเหตุของของโรคมะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับ เชื่อว่าเกิดมาจากพฤติกรรมการกินปลาดิบจำพวกปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด ทำให้เกิดพยาธิใบไม้ในตับ นอกจากนี้ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังชอบกินปลาร้าดิบที่อาจมีสารก่อ มะเร็งชนิดนี้ ดังนั้นแนวทางแก้ไขปัญหาจะต้องเริ่มที่การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร โดยขณะนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ทำโครงการรณรงค์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ในระดับโรงเรียน ได้จัดทำหลักสูตรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4-6 ส่วนในกลุ่มประชาชน จะอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อย่างเข้มข้นในเรื่องการแนะนำ การรณรงค์ชาวบ้าน ไม่ให้กินอาหารสุกๆดิบๆหรือปลาร้าดิบ
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: มะเร็งตับ, มะเร็งตับ pantip, มะเร็งตับ การรักษา, มะเร็งตับ ขาบวม, มะเร็งตับ คีโม, มะเร็งตับ คือ, มะเร็งตับ ท่อน้ําดี, มะเร็งตับ ท้องบวม, มะเร็งตับ ป้องกัน, มะเร็งตับ พยาธิสภาพ, มะเร็งตับ ภาษาอังกฤษ, มะเร็งตับ มีกี่ระยะ, มะเร็งตับ ระยะ, มะเร็งตับ ระยะ 3, มะเร็งตับ ระยะที่ 2, มะเร็งตับ ระยะที่ 4, มะเร็งตับ ระยะสุดท้าย, มะเร็งตับ ระยะสุดท้าย อาการ, มะเร็งตับ ระยะแรก, มะเร็งตับ รักษา, มะเร็งตับ รักษาหาย, มะเร็งตับ วิกิ, มะเร็งตับ วิธีรักษา, มะเร็งตับ สมุนไพร, มะเร็งตับ สาเหตุ, มะเร็งตับ หาย, มะเร็งตับ หายได้, มะเร็งตับ อยู่ได้กี่ปี, มะเร็งตับ อาการ, มะเร็งตับ อาการก่อนเสียชีวิต, มะเร็งตับ อาการระยะแรก, มะเร็งตับ อาหาร, มะเร็งตับ เกิดจาก, มะเร็งตับ เท้าบวม, มะเร็งตับขั้นสุดท้าย, มะเร็งตับคือ, มะเร็งตับทุติยภูมิ, มะเร็งตับท่อน้ําดี, มะเร็งตับภาษาอังกฤษ, มะเร็งตับมีกี่ระยะ, มะเร็งตับมีอาการอย่างไร, มะเร็งตับระยะ2, มะเร็งตับระยะที่4, มะเร็งตับระยะสอง, มะเร็งตับระยะสุดท้าย, มะเร็งตับระยะสุดท้าย อาการ, มะเร็งตับระยะแรก, มะเร็งตับรักษาหาย, มะเร็งตับรักษาหายได้, มะเร็งตับรักษาได้ไหม, มะเร็งตับสาเหตุ, มะเร็งตับอยู่ได้กี่ปี, มะเร็งตับอาการ, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งตับอ่อน ภาษาอังกฤษ, มะเร็งตับอ่อน รักษา, มะเร็งตับอ่อน สมุนไพร, มะเร็งตับอ่อน สาเหตุ, มะเร็งตับอ่อน อาการ, มะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย, มะเร็งตับอ่อนเกิดจาก, มะเร็งตับเกิดขึ้นได้อย่างไร, มะเร็งตับเกิดจาก, มะเร็งตับเกิดจากสาเหตุใด, มะเร็งตับเกิดจากอะไร, มะเร็งตับแข็ง, มะเร็งตับและท่อน้ําดี, มะเร็งตับในสุนัข, มะเร็งท่อน้ําดี, มะเร็งท่อน้ําดี cholangiocarcinoma, มะเร็งท่อน้ําดี การรักษา, มะเร็งท่อน้ําดี ขอนแก่น, มะเร็งท่อน้ําดี คือ, มะเร็งท่อน้ําดี อาการ, มะเร็งท่อน้ําดี เกิดจาก, มะเร็งท่อน้ําดี+การพยาบาล, มะเร็งท่อน้ําดีตับ, มะเร็งท่อน้ําดีระยะสุดท้าย, มะเร็งท่อน้ําดีในตับ
Posted in HGH, มะเร็ง, ยา, สาระสุขภาพ, โรคทางเดินอาหาร, โรคไต | No Comments »
มีนาคม 13, 2012 by kitdanai3
ปัญหาผิวพรรณของสาวออฟฟิศ
ท่ามกลางความสะดวกสบายในสำนักงาน สาวออฟฟิศหลายคนอาจมองข้ามปัญหาผิวพรรณที่มากับอุปกรณ์สำนักงาน เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องถ่ายเอกสาร หลอดไฟ ซึ่งมีผลกระทบต่อผิวพรรณความสวยความงามได้เหมือนกัน
- รังสีจากเครื่องถ่ายเอกสาร
พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเครื่องถ่ายเอกสารตลอดทั้งวัน อาจได้รับแสงยูวีที่ปล่อยออกมาจากหลอดไฟพลังงานสูงผนวกกับความร้อนจาก เครื่องถ่ายเอกสาร เสี่ยงต่อการเกิดกระฝ้าได้ รวมทั้งแสงวาบที่เข้าตาก็อาจทำให้ปวดตาและปวดศีรษะได้ ดังนั้นจึงควรปิดฝาครอบเครื่องถ่ายเอกสารให้สนิททุกครั้งที่ถ่ายเอกสาร นอกจากนี้ไอน้ำหมึกที่ระเหยออกมาก็ทำให้เกิดอาการเวียนหัวได้ ดังนั้นจึงไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในที่ๆ ไม่มีอากาศถ่ายเท วิธีแก้ไขคือควรแยกห้องเฉพาะซึ่งมีการระบายอากาศที่เหมาะสม หรือติดตั้งพัดลมดูดอากาศ?
- แสงจากหลอดไฟอ่านหนังสือ
หลอดไส้ (หลอดทังสเตน) เป็นหลอดไฟที่ปลอดภัยจากรังสียูวี แต่จะให้ความร้อนสูงพอควร เราไม่ควรอยู่ใกล้หลอดไฟเกินไปเวลาใช้งาน เพราะหลอดไฟทำให้เกิดความร้อนกับหน้าได้มาก ต้นเหตุของความร้อนคือรังสีอินฟราเรดซึ่งมีส่วนในการกระตุ้นให้เกิดการสร้าง เมลานินและอาจทำให้หน้าเกิดกระได้ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ก็ถือว่าเป็นหลอดไฟที่ปลอดภัย เพราะปลดปล่อยรังสียูวีเอซึ่งเป็นสาเหตุของกระฝ้าออกมาในระดับที่ปลอดภัย แต่ไม่ควรเข้าไปใกล้มากกว่า 100 ซม. และไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีหลอดไฟเหล่านี้หลายๆ หลอดเป็นเวลานาน อย่างเช่นบริเวณหน้าตู้โฆษณา ตู้โชว์สินค้า โต๊ะเขียนแบบ วิธีการใช้หลอดไฟเพื่อให้ความสว่างอย่างปลอดภัยในการอ่านหนังสือหรือทำงาน ดึกคือ ให้ส่องไฟไปที่ผนังสีขาว แล้วให้แสงไฟสะท้อนกลับมาเป็นแสงทุติยภูมิ แสงจะนวลตาและช่วยถนอมสายตา รวมถึงลดความร้อนจากการสัมผัสผิวหน้า ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระได้ นอกจากนี้ควรปรับความเข้มแสงให้เหมาะสมกับงาน เช่น งานเขียนหนังสือควรติดตั้งให้แสงมีความสว่างประมาณ 100-200 ลักซ์ สำนักงานควรมีความสว่างประมาณ 500-1000 ลักซ์?
- แสงจากหลอดไฟเมทัลเฮไลด์ (Metal Halide Lamp)
หลอดไฟส่องสินค้า ไฟประดับ ไฟเวที รวมไปถึงหลอดไฟในอุปกรณ์ไฮเทค อย่างเช่น เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายแอลซีดี ส่วนใหญ่ทำมาจากหลอดไฟฮาโลเจนหรือหลอดไฟ Metal Halide สำหรับหลอดฮาโลเจน การปลดปล่อยรังสียูวีจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่สำหรับหลอดแบบเมทัลเฮไลด์ การปล่อยรังสียูวีเอจะค่อนข้างเข้มข้น การทำงานที่อยู่ในแนวของแสงที่มาจากหลอดไฟชนิดนี้เป็นเวลานานมีความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดกระฝ้าได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวอุปกรณ์ต่างๆ ใช้หลอดไฟแบบไหน กฎง่ายๆ คือสาวออฟฟิศควรหลีกเลี่ยงการทำงานใกล้กับแหล่งกำเนิดแสงที่มีความสว่างมากๆ เป็นเวลานาน?
- การแผ่รังสีจากคอมพิวเตอร์
โดยทั่วไปผู้ผลิตสินค้าจะควบคุมคุณภาพสินค้าให้มีการปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าออกมาในระดับที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทางด้านข้างและด้านหลังจอคอมพิวเตอร์จะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมามากกว่าทาง ด้านหน้าจอ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานทางด้านข้างและด้านหลังจอภาพ คอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปในร่างกายซึ่งเป็นที่ถกเถียงในวงการ วิชาการและการแพทย์ว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ โดยทั่วไปสาวออฟฟิศควรนั่งห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 14-24 นิ้ว และห่างด้านข้างและด้านหลังจอมากกว่า 24 นิ้ว หรือไม่ก็บอกให้เจ้านายเปลี่ยนมาใช้จอแบนแบบแอลซีดีหรือโน๊ตบุคแทน?
- ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
สาวๆ ที่ต้องอยู่ในสำนักงานเย็นฉ่ำเป็นประจำอาจประสบปัญหาผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น ได้ สำหรับคนที่ผิวแห้งอยู่แล้วเพราะไขมันใต้ผิวหนังมีน้อย จะยิ่งสูญเสียน้ำออกไปมากกว่าคนผิวมันที่มีไขมันใต้ผิวหนังช่วยป้องกันการ สูญเสียน้ำ ในภาวะผิวแห้งจะปรากฏลักษณะเป็นเส้นเล็กบนผิวชั้นบนสุดจากการขาดน้ำ เป็นริ้วรอยชนิดรอยย่นแบบตื้น มักปรากฏบริเวณผิวอ่อนรอบดวงตาหรือข้างแก้ม ดังนั้นควรทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ และควรระวังเชื้อราที่จะเกิดขึ้นและฟุ้งกระจายอยู่ในห้องจากเครื่องปรับ อากาศ (ที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดหรือไม่มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม) ด้วย
ที่มา : Health
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: ดูแลผิว, ดูแลผิว pantip, ดูแลผิว ดารา, ดูแลผิว น้ําท่วม, ดูแลผิว ผู้ชาย, ดูแลผิว หน้าหนาว, ดูแลผิว หลังทําเลเซอร์, ดูแลผิวกาย, ดูแลผิวกายให้ขาว, ดูแลผิวก่อนนอน, ดูแลผิวก่อนแต่งงาน, ดูแลผิวขา, ดูแลผิวขาว, ดูแลผิวขาวใส, ดูแลผิวจากภายใน, ดูแลผิวชาย, ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว, ดูแลผิวด้วยตัวเอง, ดูแลผิวด้วยน้ําผึ้ง, ดูแลผิวด้วยผลไม้, ดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติ, ดูแลผิวด้วยสมุนไพร, ดูแลผิวตอนหน้าหนาว, ดูแลผิวตัว, ดูแลผิวทารกหน้าหนาว, ดูแลผิวผสม, ดูแลผิวผู้ชาย, ดูแลผิวพรรณ, ดูแลผิวพรรณ ผู้ชาย, ดูแลผิวพรรณก่อนแต่งงาน, ดูแลผิวพรรณด้วยธรรมชาติ, ดูแลผิวพรรณหน้าหนาว, ดูแลผิวรอบดวงตา, ดูแลผิวรับลมหนาว, ดูแลผิวลูกน้อย, ดูแลผิววัย 30, ดูแลผิวสวย, ดูแลผิวหน้า, ดูแลผิวหน้า pantip, ดูแลผิวหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ, ดูแลผิวหน้าผู้ชาย, ดูแลผิวหน้ามัน, ดูแลผิวหน้าหนาว, ดูแลผิวหน้าหน้าหนาว, ดูแลผิวหน้าแห้ง, ดูแลผิวหน้าให้ขาว, ดูแลผิวหลังออกแดด, ดูแลผิวเจ้าสาว, ดูแลผิวเป็นสิว, ดูแลผิวแตกลาย, ดูแลผิวแบบญี่ปุ่น, ดูแลผิวแบบธรรมชาติ, ดูแลผิวแพ้ง่าย, ดูแลผิวแห้ง, ดูแลผิวใต้วงแขน, ดูแลผิวในหน้าหนาว, ดูแลผิวให้ขาว, ดูแลผิวให้ขาวขึ้น, ดูแลผิวให้ขาวใส, ดูแลผิวให้ดีก่อนเข้าหน้าหนาว, ดูแลผิวให้สวย, ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์, ดูแลผิวให้ใส, ปัญหาผมบาง, ปัญหาผิว, ปัญหาผิว หน้าหนาว, ปัญหาผิวคล้ํา, ปัญหาผิวพรรณ, ปัญหาผิวมัน, ปัญหาผิวลาย, ปัญหาผิวหนัง, ปัญหาผิวหน้า, ปัญหาผิวหน้าลอก, ปัญหาผิวหน้าหนาว, ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ํา, ปัญหาผิวหน้าแห้ง, ปัญหาผิวหมองคล้ํา, ปัญหาผิวเปลือกส้ม, ปัญหาผิวแตกลาย, ปัญหาผิวแห้ง
Posted in ภูมิแพ้, ยา, สาระสุขภาพ, โรคตา, โรคทางเดินหายใจ, โรคผิวหนัง | No Comments »
มีนาคม 9, 2012 by kitdanai3
12 สูตรสวย ด้วยผักและผลไม้ใกล้ตัว
การดูแลผิวหน้าด้วยสมุนไพรของสตรีทั่วโลกพบว่ามีการใช้กันมานานมากกว่า ๑ พันปีมาแล้วปัจจุบันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสมุนไพร ผัก ผลไม้ ไข่แดง น้ำผึ้ง นม และสิ่งที่ส่วนใหญ่กินได้เหล่านั้นอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน น้ำตาล และสารธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ
ประเทศไทยเองมีภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรในการดูแลผิวพรรณมาอย่างยาวนานเช่นกัน ทั้งยังเป็นประเทศที่ร่ำรวยผักและผลไม้ ซึ่งทำให้สามารถเลือกใช้ได้ตามชนิดต่างๆ ทุกฤดูกาล ตามภูมิภาคที่สามารถหาผัก ผลไม้ สมุนไพร ได้แตกต่างกันไป
สมุนไพรเพื่อความงามสำหรับผิวหน้า
ใบหน้าเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำให้คนจดจำ ผิวหน้า ที่ชุ่มชื้น เรียบเนียน มีความยืดหยุ่น (หรือที่เรียกกันว่าหน้าเด้ง) ไม่มีจุดด่างดำเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่ด้วยสภาพของวัยที่สูงขึ้น และมีโรคประจำตัวบางอย่าง สภาพของวิถีชีวิต เช่น นอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เครียด เป็นต้น ทำให้คนเราไม่สามารถมีผิวเรียบเนียนเช่นนั้นได้ การใช้สมุนไพรร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจะส่งผลทำให้มีผิวพรรณที่ดีได้ยาวนาน
การใช้สมุนไพรสำหรับผิวหน้ามีหลักการง่ายๆ ดังนี้
- ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสะอาด
- สมุนไพรสดใหม่มีคุณภาพดี มีการย่อยขนาดจนละเอียด ไม่มีการระคายเคืองต่อผิวหนัง
- เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย จำง่ายๆ ก็คืออะไรที่กินได้ (เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ) นั้นสามารถใช้เป็นเครื่องสำอางได้
- ต้องเชื่อมั่นธรรมชาติของผิวหนังที่มีกลไกดูแลตัวเองอยู่แล้ว ต้องรักษากลไกนั้นไว้นานๆ
ข้อควรรู้เกี่ยวกับผิวหนัง
ผิวหนังมีหน้าที่ห่อหุ้มอวัยวะภายใน มีกลไกในการป้องกันผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมการซึมผ่านของสารต่างๆ ผ่านโครงสร้างของผิวหนัง รูขุมขน ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ
ผิวพรรณที่ดีควรมีความชุ่มชื้น เต่งตึง ไม่แห้งผาก ผิวพรรณที่แห้งผากจะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย เป็นฝ้า เป็นโรคทางผิวหนังได้ง่าย ซึ่งผิวพรรณจะเต่งตึงได้จาก ๓ องค์ประกอบได้แก่ น้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเซลล์ถึงร้อยละ ๙๕ สารชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ซึ่งผิวหนังสร้างขึ้นและ น้ำมัน ซึ่งผิวหนังจะมีกลไกการสูญเสียน้ำโดยมีการสร้างไขมันธรรมชาติปกป้องไม่ให้น้ำระเหยไปจากผิวหนัง (ครีมหรือไขมันตามธรรมชาติไม่ได้ไปเพิ่ม) การล้างหน้าด้วยน้ำร้อน การล้างหน้าบ่อย เกินความจำเป็น การล้างหน้าด้วยสบู่ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดสูงๆ ล้วนทำให้ไขมันและสารที่ให้ความชุมชื้นตามธรรมชาติสูญเสียไป
ผิวพรรณสะท้อนสุขภาพภายใน ความแข็งแรงและกลไกของผิวหนังขึ้นกับเลือด น้ำเหลืองที่มาหล่อ- เลี้ยง ดังนั้น ความเครียด อาหาร การออกกำลังกาย พฤติกรรมสุขภาพ ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความงามของผิวพรรณ รวมถึงกรรมพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญต่อการเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน ได้เช่นกัน
สมุนไพรที่ใช้เพื่อความงามของผิวหน้า
ว่านหางจระเข้ Aloe barbadensis Mill.
ป้องกันผิวแห้ง ทำให้เรียบลื่น เพิ่มความชุ่มชื้นต้านการอักเสบ ป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต
ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นเครื่องสำอางมาอย่างยาวนานนับพันปี มีบันทึกทั้งใน กรีก โรมัน ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เล่ากันว่าเจลจากว่านหาง-จระเข้เป็นเคล็ดลับความงามของพระนางคลีโอพัตรา
ใบว่านหางจระเข้มีน้ำเมือก และวุ้นมีสารสมาน ผิว ช่วยลอกผิวหนังที่หยาบแห้งและเกิดผิวหนังใหม่ ที่นุ่มนวลขึ้นมาแทน สารนี้เป็นสารช่วยย่อยมีชื่อว่า คาร์บอกซีเพปทิเดส (carboxypeptidase) และสารพวกสารเมือก (mucilage) สารช่วยย่อยตัวนี้จะมีฤทธิ์ลดการเจ็บปวด การอักเสบบวมของแผล ส่วนสารอะล็อก-ทินเอ (aloctin A) เป็นไกลโคโปรตีน จะไปช่วยทำให้เนื้อเยื่อที่ตายแล้วถูกทำลายไป และจะเพิ่มปริมาณของเซลล์ที่เกิดมาใหม่ให้มากขึ้น จึงทำให้แผลหายเร็ว
วุ้นจากว่านหางจระเข้ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวหนังชั้นนอกได้จากสารเมือก และสารโพลีแซ็กคาไรด์
การเตรียมว่านหางจระเข้
ควรใช้ว่านหางจระเข้อายุ ๑ ปีขึ้นไป เลือกใบล่างสุด ปอกเปลือกออกใช้ส่วนที่เป็นวุ้นใสๆ ล้างน้ำยางสีเหลืองออกให้หมด วิธีล้างยางออกให้หมดต้องนำใบหางจระเข้ที่เพิ่งตัดออกมายังไม่ต้องปอกเปลือก ให้นำทั้งใบไปแช่น้ำจนน้ำยางสีเหลืองไหลออกมาจนหมด จึงนำไปล้างน้ำอีกครั้งแล้วจึงค่อยปอกเปลือก โดยฝานลึกๆ เอาแต่วุ้นข้างในแล้วนำวุ้นมาล้างอีกครั้งหนึ่ง
การใช้ว่านหางจระเข้
ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาบริเวณที่เป็นสิว จะทำให้สิวยุบตัว และไม่เป็นแผลเป็น
ใช้เจลจากใบสดๆ ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีกับ เปลือกตา วางทับบนเปลือกตารักษาผิวบริเวณดวงตา บวมช้ำ
ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ล้วนๆ ทาที่ใบหน้าทิ้งไว้เพื่อบำรุงผิว (สำหรับคนหน้าแห้งอาจจะผสมกับครีมทาหน้าทั่วไปก็ได้) ซึ่งจะช่วยแก้ไขรอยหมองคล้ำ ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ลบรอยเหี่ยวย่น ใช้เป็นประจำจะลดรอยแผลเป็นจากสิว รักษาฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า
ใช้ทาบนผิวหน้าในลักษณะของโทนเนอร์เพื่อป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต หรือเป็นรองพื้นสำหรับคนที่ผิวมันซึ่งทำให้แต่งหน้าลำบาก ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วใบหน้า เสร็จแล้วแต่งหน้าตามปกติ ทำให้เครื่องสำอางบนใบหน้าไม่ลบเลือนง่าย
ใช้พอกหน้าเพื่อแก้ปัญหาผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง โดยใช้ว่านหางจระเข้ ๓ ส่วน น้ำผึ้ง ๑ ส่วน น้ำมะนาว ๑ ส่วนผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ ๒๐ นาที จึงล้างออก จะช่วยสมานรูขุมขนและทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น
ใช้ทำเป็นครีมล้างหน้า ครีมพอกหน้า เช่น ใช้วุ้น ว่านหางจระเข้ ผสมน้ำนม ทิ้งไว้สัก ๑๐-๑๕ นาทีแล้ว ล้างออก บำรุงผิว ลดการเกิดสิว หรือใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ร่วมกับสมุนไพรตัวอื่น เช่น ว่านหางจระเข้ ๖ ส่วน บัวบก ๒ ส่วน รำข้าวสาลี ๒ ส่วน นม ๐.๕ ส่วน น้ำผึ้ง ๐.๕ ส่วน ซึ่งแล้วแต่สภาพผิว ถ้าผิวแห้งก็ใส่นมมาก ถ้า ผิวมันก็ลดปริมาณนมแล้วเพิ่มปริมาณน้ำผึ้ง นำส่วนผสมมาปั่นผสมกัน พอกหน้าทิ้งไว้สัก ๑๐-๑๕ นาที นวดคลึงเบาๆ ผิวหน้าจะสดใส ลบรอยแผลเป็นและ จุดด่างดำ ให้พอกสม่ำเสมอสัปดาห์ละประมาณ ๑ ครั้ง
มะเขือเทศสุก Lycopersicon esculentum Mill.
เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้หน้าขาวขึ้น
น้ำคั้นจากผลมะเขือเทศมีวิตามินหลายชนิด จึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นและมีสารกลูโคอัลคาลอยด์ ชื่อโทเมทีน (tomatine) เป็นสารที่ออกฤทธิ์สมานแผล นอกจากนั้น มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยล้างผิวหน้าให้สะอาดนุ่มนวล ปรับสภาพผิวแห้งกร้าน และคืนสภาพผิวชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี
การเตรียมมะเขือเทศ
สามารถใช้มะเขือเทศได้ทั้งลูกโดยไม่ต้องปอกเปลือก
การใช้มะเขือเทศ
ฝานมะเขือเทศวางบนใบหน้าสักครู่ จะช่วยทำให้ใบหน้าสะอาด และดูเต่งตึงเปล่งปลั่งขึ้น
มะเขือเทศปั่นผสมกับข้าวโอ๊ตหรือรำข้าว พอกหน้า ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก
เนื้อมะเขือเทศสุกบดละเอียด ลูบไล้ปลายหางตาจะลดการเหี่ยวย่น ป้องกันการเกิดริ้วรอยตีนกา ต้องทำทุกวันจึงจะเห็นผล
มะเขือเทศสุกบดละเอียด ผสมน้ำนมสด เป็น beauty mask พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก พอกเป็นประจำจะทำให้ผู้ที่มีหน้าดำเป็นจุดๆ ค่อยๆ ขาวขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น
ฝรั่ง Psidium guajava Linn.
เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้เซลล์แข็งแรง ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ สมานผิว
ฝรั่งเป็นผลไม้ที่สตรีในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกนิยมใช้เป็นเครื่องสำอางทาผิวหน้า โดยที่ฝรั่งมีโพแทส-เซียม น้ำตาล และกรดอะมิโนที่สามารถดึงน้ำให้อยู่ชั้นบนของผิวหนัง จึงทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นขึ้น นอกจากนี้ ฝรั่งยังมีวิตามินสูงที่สำคัญคือวิตามินบี ๒ ซึ่งถือว่าเป็นวิตามินเพิ่มพลัง ซึ่งจำเป็นในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมทั้งมีวิตามินบี ๕ ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเซลล์เช่นกัน ฝรั่งยังสามารถป้องกันผิวหน้าไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระและเพิ่มการสร้างเซลล์ใหม่จากการที่ในฝรั่งมีวิตามินเอ วิตามินซี รีดิวซิ่งชูการ์ (reducing sugar) แมกนีเซียม และทองแดง
การเตรียมฝรั่ง
เลือกฝรั่งที่สดและไม่สุกจนเกินไป เอาเฉพาะส่วน ที่เป็นเนื้อ ไม่ใช้เมล็ด ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กก่อนปั่น และต้อง เติมน้ำลงไปจำนวนหนึ่งทุกครั้งในการปั่น เพราะฝรั่งมีน้ำอยู่น้อย
การใช้ฝรั่ง
เนื้อฝรั่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ ถ้วย น้ำ ๑_๒ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑_๔ ถ้วยปั่นจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ๑๐- ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เกลี้ยงเกลาและนวลเนียนขึ้น
แตงกวา Cucumis sativusLinn.
เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดการบวมแดง สมานผิว
แตงกวาเป็นสมุนไพร เก่าแก่ชนิดหนึ่งซึ่งสาวทั่วโลกใช้เป็นเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน โดยแตงกวาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีสารกลูซิด (glucids) กรดอะมิโน และเกลือแร่ต่างๆ ไปช่วยทำให้เกิดของสารชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่ผิวหนังขึ้นมาใหม่
แตงกวายังช่วยทำให้ผิวหนังคงความเยาว์วัย มีความยืดหยุ่นจากการที่แตงกวามีสารซิสทิน (cystin) และเมทิโอนิน (methionin) และยังมีสารโพลีแซ็กคาไรด์ ที่ช่วยทำให้ผิวหนังสดชื่น ต้านการเป็นปื้นแดง ซึ่งจะมีประโยชน์ในการใช้ทาหลังจากไปตากแดดมา เช่น ไปทำนา ไปตีกอล์ฟ เป็นต้น
แตงกวาเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้งจากการที่มีคุณสมบัติไปเพิ่มความชุ่มชื้นและเหมาะกับคนที่มีหน้ามันจากคุณสมบัติสมานผิว
การเตรียมแตงกวา
หั่นแตงกวาสดๆ ตามขวางบางๆ วางให้ทั่วใบหน้า
หั่นแตงกวาแล้วปั่นกรองคั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้ทา ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน ๒ วัน
นำแตงกวาปอกเปลือก ๔ ส่วน กลีเซอรีน ๓ ส่วน น้ำ ๑ ส่วน ปั่นเข้าด้วยกัน กรอง เก็บน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ ๑ ปี นำสารสกัดแตงกวานี้ไปผสมกับเนื้อครีมหรือโลชัน ประมาณ ๒-๔ ช้อนชาต่อครีมหรือโลชัน ๑๐๐ มิลลิลิตร
การใช้แตงกวา
ใช้แตงกวาสดๆ ฝานเป็นชิ้นบางๆ วางให้ทั่วใบหน้าที่ทำความสะอาดแล้ว ทำบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้า ดูผุดผ่อง เปล่งปลั่งขึ้น และยังช่วยรักษาฝ้าบนใบหน้า ได้อีกด้วย
ใช้น้ำแตงกวามาทาใบหน้าเป็นประจำจะช่วยลดจุดด่างดำ รอยฝ้าที่เกิดจากการผจญแสงแดดและมลพิษ ระหว่างวัน และช่วยบำรุงผิว
ใช้แตงกวาสดปั่นละเอียด ๒-๓ ผล ผสมกับน้ำผึ้ง ๑_๔ ถ้วย หรือนมสด ๑_๒ ถ้วย ปั่นให้ละเอียด นำมาพอก หน้า ทิ้งไว้ ๑๐ นาที แล้วล้างออก ก่อนนอนทุกวัน เหมาะกับคนผิวแห้ง จะทำให้ผิวหน้านุ่มนวลขึ้น
ใช้แตงกวาปั่นละเอียด ๒-๓ ผล โดยผสมกับไข่ขาวดิบตีจนฟู ๑ ฟอง น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา ผสมจนเป็น เนื้อเดียวกัน นำมาพอกทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาที ลดความมันบนใบหน้าสำหรับคนผิวมัน และยังช่วยกำจัดสิวเสี้ยน ทำให้หน้าเกลี้ยงเกลาขึ้น
ใช้แตงกวาฝานเป็นแว่นแปะที่ดวงตา แตงกวาสดจะมีเอนไซม์ย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์บริเวณรอบดวงตาเย็น การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยน้อยลง
ใช้แตงกวาสดใหม่ทั้งผลปั่นละเอียด ผสมน้ำผึ้งพอเหลว นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สักครู่ และล้างออกด้วยน้ำอุ่น เนื้อแตงกวาจะช่วยย่อยโปรตีนชั้นนอกที่หยาบกร้านและเกรียมแดดให้หลุดออกมาได้ และยังช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งแตกเป็นขุย
มะม่วง Mangifera indica Linn.
เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้เรียบ ลื่น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ
มะม่วงมีวิตามินซีและ reducing glucid สูง จึงช่วยทำให้ผิวหนังสดชื่น ลบรอยเหี่ยวย่นและต้านอนุมูลอิสระ ในมะม่วงยังมีสารที่เป็นน้ำตาลร่วมกับกรดอะมิโน จึงช่วยทำให้เกิดความเรียบลื่น ชุ่มชื้นบนชั้นของหนังกำพร้า วิตามินเอ วิตามินซี และเกลือแร่ที่มีอยู่ในมะม่วงยังช่วยให้กลไกการสร้างเซลล์ใหม่เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น
การเตรียมมะม่วง
ปอกเปลือกออก เลือกใช้เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ
การใช้มะม่วง
ใช้สำหรับคนเป็นฝ้า นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือ ปั่น แล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้งจึงล้างออก จะทำให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้น มะม่วงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว
บัวบก Centella asiatica L.
สร้างเซลล์ใหม่ ทำให้เซลล์แข็งแรง ลดอาการบวมคั่ง (decogestion) กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อของผิวหนัง
บัวบกเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในการรักษาแผลมาอย่างยาวนาน ทำให้แผลหายเร็วและไม่เป็นแผลเป็น โดยการที่บัวบกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสทินซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง จากการที่มีสารพวกไตรเทอร์พีน เช่น asiaticoside, madecassoside, asiatic, madecassic, madisiatic acids เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีสารฟลาโวนอยด์เสริมสรรพคุณในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง สารในบัวบกเหล่านี้ยังทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ ดีขึ้น จึงมีประโยชน์ต่อผิวหนังหลายด้าน เช่น เป็นการทำให้เซลล์ได้รับอาหารมากขึ้น เซลล์แข็งแรงขึ้น ลดอาการบวมคั่ง แก้ปัญหาผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผิวส้ม
การเตรียมบัวบก
บัวบกเป็นสมุนไพรที่ขึ้นกับดิน ต้องเลือกตัดเอาเฉพาะส่วนที่เหนือดิน แล้วนำมาล้างให้สะอาด บัวบกมีลักษณะเหนียว ถ้านำไปปั่นในเครื่องปั่นทั้งต้นโดยไม่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนและจะต้องมีน้ำอยู่ด้วย มิเช่นนั้นจะทำให้เครื่องปั่นทำงานหนักและมีปัญหาได้
การใช้บัวบก
ใบบัวบกส่วนที่เหนือดินตัดรากออก ๑ กำมือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ น้ำสะอาด ๒-๓ ช้อนโต๊ะ อาจจะเติมน้ำผึ้งลงไปสัก ๑ ช้อนชา ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันพอกก่อนเข้านอนทิ้ง ไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด พอกได้ทุกวัน จะทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ สดใส ไร้รอยแผลเป็น
แครอต Daucus carota L.
ทำให้ผิวหนังเรียบลื่น ควบคุมการสร้างไขมันของต่อมไขมัน ทำให้เซลล์แข็งแรง ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้หน้าขาวขึ้น
แครอตเป็นผักที่มีวิตามินและเกลือแร่สูงมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าแครอตเป็นสมุนไพรผู้พิทักษ์ผิวที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากแครอตมีสารเพกติน กรดอะมิโน ซึ่งเป็นสารอาหารและสร้างฟิล์มบางเพื่อทำให้ผิวเรียบลื่นและสดชื่นทั้งยังมีสารโปรวิตามินเอ และวิตามินซีซึ่งมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ
นอกจากนี้ วิตามินซี วิตามินเอ แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดงซึ่งจำเป็นต่อการสร้างอีลาสทินและคอลลาเจน ส่วนวิตามินในกลุ่มของวิตามินบีและโปร-วิตามินเอจะช่วยในการควบคุมการสร้างไขมันจากต่อมไขมัน แครอตยังช่วยให้หน้าขาวขึ้นจากสารบีตาแคโรทีน
วิธีเตรียมแครอต
ปอกเปลือกออกก่อนที่จะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่น ซึ่งในการปั่นจะต้องมีน้ำอยู่เล็กน้อยให้พอปั่นได้
วิธีใช้แครอต
แครอตหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ ถ้วยผสม น้ำครึ่งถ้วย เพียงสองอย่างหรือเติมน้ำผึ้งแท้ ๑_๔ ถ้วย (สำหรับคนหน้าแห้ง) หรือไข่ขาว ๑ ฟอง (สำหรับคนหน้ามัน) ลงไป ปั่นรวมกันให้ละเอียด พอกทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เต่งตึงและขาวขึ้น
แครอตต้มสุกนำมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
สับปะรด Ananas comosus (Linn.) Merr.
กำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว (keratolysis) ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ลดการ อักเสบ
สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อความงามของผิวพรรณจากการที่สับปะรดมีเอนไซม์ papain ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา มีประโยชน์ ต่อผู้ที่มีสิวหัวดำอุดตันที่ใบหน้า ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น สับปะรดยังมีสรรพคุณในการช่วยลดการอักเสบและยังมีวิตามินเอ วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
การเตรียมสับปะรด
นำสับปะรดมาปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นให้ละเอียด
การใช้สับปะรด
น้ำสับปะรด ๑ ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง ๒ ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด ๓ ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า ยกเว้นปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วออก
ใช้น้ำที่คั้นได้จากผลสับปะรด นำมาชโลมผิวหน้า ทิ้งไว้พอแห้งแล้วล้างออก จะทำให้หน้าเนียนนุ่ม เนื่องจากสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวชั้นนอกสุดถูกย่อยและขจัดออกไป
มะขาม Tamarindus indica Linn.
ลดรอยด่างดำบนใบหน้า เพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหน้าเรียบลื่น ทำให้ผิวหนังสดชื่นลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ เพิ่มความชุ่มชื้น ลบรอยเหี่ยวย่น ตำรับความงามที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งพบตำรายาสมุนไพรเขียนด้วยภาษาล้านนาว่า “มะขาม ฝักกระดาน สักกำมือแช่น้ำอุ่น ทาตัวทาหน้า ผิวดำและฝ้าย่อมเสี้ยงไป” (เสี้ยง หมายถึง หมดไป) ที่เป็นเช่นนี้เพราะในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะขาม สับปะรด จะมีกรดเอเอชเอ (AHA หรือ alpha hydroxy acid) ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ จะช่วยขัดผิว ลอกผิวด่างดำ และฝ้า
นอกจากนี้ มะขามยังมีกรดทาร์ทาริก (tartaric acid) กรดซิตริก (citric acid) และกรดมาลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วย ลบรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กำจัดรอย เหี่ยวย่น ทำให้ผิวขาวนวลเนียน ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้น แต่มะขามมีข้อได้เปรียบมะนาวและสับปะรดตรงที่มะขาม มีลักษณะเป็นครีมโดยธรรมชาติสามารถใช้ได้ดีกว่า
การเตรียมมะขาม
การใช้มะขามให้ใช้มะขามเปรี้ยวสุก (มะขามหวานใช้ไม่ได้เพราะกรดผลไม้มีน้อย)
น้ำคั้นมะขามเปียกที่ดีมีคุณภาพ ต้องได้จากการ คั้นมะขามเปียกสดใหม่ และใช้ทันที ถ้าเก็บในตู้เย็นต้องไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ถ้าหากจะกวนเก็บไว้ใช้นานๆ ต้องกวนจนเกือบแห้งซึ่งมักจะกวนใส่นมหรือน้ำผึ้งก็ได้
การใช้มะขาม
มะขามเปียก ๑ กำมือ นมสด ๑ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ
นำเนื้อมะขามเปรี้ยวสุก ไม่ต้องแกะเมล็ดปั้นเป็น ก้อนกลม ห่อด้วยผ้าขาวบาง ฟอกขัดตัวเมื่ออาบน้ำ จะทำให้ผิวที่คล้ำด้วยแดด หรือลม เป็นผิวที่นวลผ่อง
น้ำมะขามเปียกผสมน้ำพอเจือจางล้างหน้าเป็น ประจำ ช่วยขจัดความมันบนใบหน้า และสิวให้หลุดออกไปอย่างหมดจด
คั้นน้ำมะขามเปียกพอข้น ทาบริเวณที่เกิดฝ้า อาจพอกไว้แล้วลูบไล้ด้วยมือเบาๆ ครั้งละ ๑๐-๑๕ นาที เช้า เย็น เป็นเวลา ๓ สัปดาห์ จะทำให้ฝ้าด่างดำถูกลบเลือนไปจนหมด สำหรับคนผิวแห้งควรผสมนมสดชนิดจืดลงไปด้วย ไขมันและโปรตีนจากนมสดจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้เป็นอย่างดี
ใช้มะขามเปียกที่แกะเมล็ดแล้วขนาดประมาณ ๑ กำมือ นมสด ๑ กล่อง ขยำเข้ากัน กรองด้วยตะแกรง เพื่อเอาซังมะขามออก นำไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ พอใกล้งวด เติมน้ำผึ้งลงไป ๑ ช้อนโต๊ะ อาจเติมขมิ้นชันลงไปประมาณ ๑/๔ ช้อนชา (ระวังอย่าใส่มากเกินไปจะทำให้หน้าเหลือง) เคี่ยวต่อจนงวด แต่อย่าให้ข้นเกิน สังเกตว่ายังสามารถแตะขึ้นมาได้ง่าย เสร็จแล้วบรรจุลงในกระปุกสะอาด ถ้าไม่เปิดเลยจะอยู่ได้ประมาณ ๖ เดือน ใช้ล้างหน้าทุกวันทำให้หน้าขาวขึ้น
กล้วย Musa paradisiacal L.Var. sapientum O.Ktze
เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ
กล้วยมีสารเมือก เพิ่มความชุ่มชื้น ทั้งยังมีวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน อีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลบรอยเหี่ยวย่น รักษาแผล
การเตรียมกล้วย
ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อกล้วยบดหรือปั่น
การใช้กล้วย
ใช้กล้วย ๑ ผล น้ำผึ้ง ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวแห้งหรือน้ำส้มหรือน้ำมะนาว ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวมัน ปั่น ผสมให้เข้ากัน จนละเอียดพอกให้ทั่วหน้า รวมทั้งลำคอ ทิ้งไว้ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เรียบลื่น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น
ใช้กล้วย ๑ ผล ผสมน้ำมันมะกอก ๑ ช้อนชา นำมาปั่น ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าจนถึงลำคอ ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วจึงล้างออก เหมาะกับคนหน้าแห้ง จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น
ใช้กล้วยน้ำว้าสุกปอกเปลือก บดให้เหลว แล้วทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาดนุ่ม ชุ่มชื้น
มะนาว Citrus aurantifolia Swing.
ลดความมันบนใบหน้า เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ
มะนาวเป็นผลไม้เก่าแก่ชนิด หนึ่งในการเป็นเครื่องสำอาง ใช้เพื่อทำให้ผิวนุ่มขึ้น และใช้เพื่อลดความมัน บนใบหน้า ใช้เป็นโทนเนอร์ สำหรับ คนที่หน้ามัน จากการที่มีกรดผลไม้ทำให้มีความชุ่มชื้นขึ้น ช่วยกำจัดเซลล์ ที่ตายแล้ว และมะนาวยังมีฟลาโว-นอยด์ ทำให้มีการไหลเวียนของเลือด ในหลอดเลือดเล็กดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นของผิวหนังชั้นนอก มะนาวยังมีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ โดยทั่วไปแล้วในบ้านเรานิยมใช้น้ำมะนาวเป็นน้ำกระสายยา ร่วมกับการใช้สมุนไพรบำรุงผิวอื่นๆ สำหรับคนผิวมัน
การเตรียมมะนาว
คั้นเอาแต่น้ำมะนาว ควรใช้สดๆ ไม่ควรทิ้งไว้นาน ไม่ควรใช้น้ำมะนาวโดยตรงในการทาผิวหน้า เพราะถ้าใช้เข้มข้น จะทำให้หน้าเหี่ยวย่นได้
การใช้มะนาว
ใช้น้ำมะนาว ๕-๖ หยดลงในน้ำ ๑ แก้ว ใช้ล้างหน้า จะทำให้ผิวหนังเนียนนุ่ม
ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา น้ำส้มคั้น ๑ ช้อนชา โยเกิร์ต ๓๐ มิลลิลิตร ผสมในอัตราส่วนที่เท่าๆ กันแล้วทาให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาทีแล้วล้างออก จะทำให้สดใส ลบรอยกระ จุดด่างดำ
ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา ไข่ขาว ๑ ฟอง ดินสอพอง ๔-๕ เม็ดนำมาผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเพื่อลดความมันบนใบหน้า
ใช้น้ำมะนาว ๑/๒ ช้อนชา ไข่แดง ๑ ฟอง ผิวส้มบด ๑/๒ ช้อนชา พอกหน้าไว้สัก ๑๐-๑๕ นาที สำหรับคนที่ผิวซีดเซียวจะทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสขึ้น
ใช้น้ำมะนาวผสมน้ำประมาณร้อยละ ๑-๒ แล้วเอาน้ำมะนาวเจือจางนั้นมาผสมกับน้ำมันมะกอก คนตีแรงๆ เร็วๆ แล้วเติมไข่แดงลงไป ๑ ช้อน เอาไปทาหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ เหมาะสำหรับคนหน้าแห้ง หรือหน้าธรรมดา ส่วนคนผิวมันที่ไม่เหมาะจะใช้ไข่แดงหรือน้ำมันมะกอก ก็ให้ใช้สบู่แทน จะเป็นสบู่เหลวหรือสบู่ก้อนก็ได้ตัดมานิดหน่อย มาตีให้เข้ากับน้ำมะนาวเจือจางใช้ทาแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แล้วตามด้วยน้ำเย็น
ตำลึง Coccinia indica Wight & Arn
แก้อักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ
ตำลึงอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี เกลือแร่ และสารต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค คนโบราณนิยมใช้สมุนไพรแก้สิวและพอกหน้าเพื่อทำให้ผิวหน้าสดใส ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในไทยและญี่ปุ่นเริ่มที่จะนำยอดอ่อนและมือเกาะของตำลึงมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว เพราะเชื่อมั่นในคุณสมบัติพิเศษจากสารธรรมชาติที่มีอยู่ในสมุนไพรชนิดนี้
การเตรียมตำลึง
เลือกแต่ใบตำลึงสด ถ้าใช้ตำลึงตัวผู้โบราณว่าจะได้ผลกว่าใบตำลึงตัวเมีย และต้องล้างให้สะอาด (เพราะตำลึงมักจะมีตัวบุ้งอยู่) ก่อนที่จะนำมาปั่นเป็นครีมหรือคั้นเอาน้ำ
การใช้ตำลึง
ใช้ใบตำลึงสดคั้นเอาแต่น้ำ ชุบสำลีแปะบนหัวสิวสักครู่ ประมาณ ๕-๑๐ นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำบ่อยๆ สิวอักเสบจะหายได้และไม่มีรอยแผลจากหัวสิวด้วย
ใช้ใบตำลึงประมาณ ๑ กำมือ น้ำสะอาด ๒-๓ ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้าด้วยกันจนเป็นครีม นำข้าวสาร (ถ้าเป็นข้าวกล้องได้ก็ดี) ๒ ช้อนชาไปแช่น้ำจนนิ่ม นำไปบดให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับครีมตำลึง นำไปพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง จึงล้างออก จะช่วยกำจัดพิษบนใบหน้า แก้สิว ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น หรือหากไม่สะดวกในการ เตรียมข้าวสาร จะใช้ครีมตำลึงอย่างเดียวก็ได้
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร
สมุนไพรทุกอย่างอาจมีบางคนที่แพ้ได้ การทดสอบว่าแพ้หรือไม่ให้นำส่วนผสมที่จะใช้ทาที่ท้องแขนก่อน เพราะผิวหนังบริเวณนี้จะเป็นส่วนที่บางกว่าหน้า ทิ้งไว้สักพักหนึ่งถ้าไม่เกิดอาการแสบร้อน มีผื่น ถือว่าไม่แพ้ การใช้สมุนไพรเพื่อที่จะได้ผลต้องมีการใช้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง จึงจะเห็นผล ตำรับต่างๆ ในการใช้สมุนไพรเพื่อความงามส่วนใหญ่เป็นผลไม้หรือผักที่ไม่ได้ตายตัว สามารถที่ปรับได้ ผสมสูตรขึ้นมาใหม่ได้ตามชนิดผลไม้หรือผักที่มีอยู่ ระยะเวลาในการทำหรือพอกก่อนล้างออกนั้นไม่ได้ตายตัว ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน คนที่ผิวแพ้ง่ายควรใช้เวลาน้อยกว่า และการใช้ในช่วงแรกไม่ควรพอกหรือทาทิ้งไว้นานๆ โดยเฉพาะตำรับที่มีกรดผลไม้ (ที่มักมีในมะขาม มะนาว สับปะรด) ซึ่งต้องมีการปรับตัวในการใช้ช่วงแรกๆ ต้องใช้ปริมาณน้อยๆ และในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนใช้ เช่น ถ้าใช้มะขามล้างหน้า ในช่วงแรกอาจจะต้องล้างออกทันทีประมาณ ๑ สัปดาห์ ก่อนทาหรือพอกทิ้งไว้ สามารถปรับตามสภาพของผิว เช่น ผิวแห้ง ควรใช้ น้ำนมโยเกิร์ต ไข่แดง ผิวมัน ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้ม ไข่ขาว ส่วนน้ำผึ้งสามารถเติมลงไปได้ทุกสภาพผิว
ที่มา : ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: วิธีดูแลผิว, วิธีดูแลผิว pantip, วิธีดูแลผิว หน้าหนาว, วิธีดูแลผิว หลังทําเลเซอร์, วิธีดูแลผิวกาย, วิธีดูแลผิวกายแห้ง, วิธีดูแลผิวก่อนแต่งงาน, วิธีดูแลผิวของดารา, วิธีดูแลผิวของสาวเกาหลี, วิธีดูแลผิวขา, วิธีดูแลผิวขาว, วิธีดูแลผิวช่วงฤดูหนาว, วิธีดูแลผิวช่วงหน้าหนาว, วิธีดูแลผิวด้วยน้ําผึ้ง, วิธีดูแลผิวด้วยสมุนไพร, วิธีดูแลผิวทารก, วิธีดูแลผิวผสม, วิธีดูแลผิวผู้ชาย, วิธีดูแลผิวพรรณ, วิธีดูแลผิวพรรณหน้าหนาว, วิธีดูแลผิวพรรณให้ขาว, วิธีดูแลผิวมัน, วิธีดูแลผิวมือ, วิธีดูแลผิวรอบดวงตา, วิธีดูแลผิวสวย, วิธีดูแลผิวหน้า, วิธีดูแลผิวหน้า ผู้ชาย, วิธีดูแลผิวหน้า หน้าหนาว, วิธีดูแลผิวหน้าช่วงหน้าหนาว, วิธีดูแลผิวหน้าที่เป็นสิว, วิธีดูแลผิวหน้ามัน, วิธีดูแลผิวหน้าหนาว, วิธีดูแลผิวหน้าแบบธรรมชาติ, วิธีดูแลผิวหน้าแห้ง, วิธีดูแลผิวหน้าให้อ่อนเยาว์, วิธีดูแลผิวแตกลาย, วิธีดูแลผิวแบบธรรมชาติ, วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย, วิธีดูแลผิวแห้ง, วิธีดูแลผิวแห้งกร้าน, วิธีดูแลผิวแห้งมาก, วิธีดูแลผิวใต้ตา, วิธีดูแลผิวใต้วงแขน, วิธีดูแลผิวในฤดูหนาว, วิธีดูแลผิวให้กระจ่างใส, วิธีดูแลผิวให้ขาว, วิธีดูแลผิวให้สวย, วิธีดูแลผิวให้สุขภาพดี, วิธีดูแลผิวให้เนียน, วิธีดูแลผิวไม่ให้แห้ง
Posted in HGH, HIV, กระดูกและข้อ, ภูมิแพ้, มะเร็ง, ยา, สาระสุขภาพ, เส้นเลือดในสมอง, โคเลสเตอรอล, โรคทางเดินหายใจ, โรคทางเดินอาหาร, โรคผิวหนัง, โรคหัวใจ, โรคอ้วน | No Comments »
กุมภาพันธ์ 26, 2012 by kitdanai3
3 โรคที่เกิดจากชีวิตเร่งรีบ
ทุกวันนี้ชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ล้วนเร่งรีบ ด้วยหน้าที่การงานไม่เปิดโอกาสให้เราเอ้อระเหยได้มากนัก และนั่นเองจึงเป็นที่มาของความเครียด การกินอาหารไม่ตรงเวลา อีกทั้งอาหารที่กินเข้าไปก็ไม่ได้เอื้อให้ดีต่อสุขภาพสักเท่าไร โรคภัยต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นจากความเสียสมดุลของร่างกายนี่เอง เรารวบรวมโรคยอดฮิต 3 โรค ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน มาให้คุณตรวจสอบตัวเอง เพราะแม้ว่าเราไม่อาจจะทำให้การงานวุ่นวายน้อยลงได้ แต่เราหาวิธีรับมือกับสุขภาพของเราได้
1. กรดไหลย้อน
อาการ แสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ รู้สึกเหมือนมีรสขมของน้ำดีหรือรสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก เรอบ่อย คลื่นไส้ จุกแน่นในหน้าอกคล้ายอาหารไม่ย่อย
สาเหตุ มีกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร
วิธีรักษา
– งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ลดอาหารมัน ของทอด ของหวาน และงดสูบบุหรี่
– รับประทานอาหารให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนนอน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
– ลดน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่อ้วนเกินไป
หากไม่รักษา อาจจะเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้
2. กระเพาะอาหารอักเสบ
อาการ จะปวดแน่นกลางท้องแบบเรื้อรัง ปวดได้ทั้งเวลาหิวและอิ่ม
สาเหตุ เกิดจากกินอาหารผิดเวลา กินมากเกินไป กินอาหารที่ติดเชื้อแบคทีเรีย มีความเครียดสูง
วิธีรักษา
– งดอาหารเผ็ดจัด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ และงดสูบบุหรี่
– อย่าเครียดเกินไป
– กินอาหารให้เป็นเวลา
– ออกกำลังสม่ำเสมอ
หากไม่รักษา อาจจะลุกลาม กลายเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
3. ความดันโลหิตสูง
อาการ ปวดหัว เวียนหัว เหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจมีอาการแน่นหน้าอกหรือนอนไม่หลับ
สาเหตุ พักผ่อนไม่เพียงพอ
วิธีรักษา
– เลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เพื่อลดปริมาณเกลือซึ่งจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้
– ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
– พักผ่อนให้เพียงพอ
– ลดน้ำหนักตัว
หากไม่รักษา หลอดเลือดในสมองแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจเต้นผิดจังหวะจนทำให้ถึงแก่ชีวิต
ที่มา : mail.google.com
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: กรดไหลย้อน, กรดไหลย้อน pantip, กรดไหลย้อน กลิ่นปาก, กรดไหลย้อน กล่องเสียง, กรดไหลย้อน กล้วย, กรดไหลย้อน การรักษา, กรดไหลย้อน การรักษาเบื้องต้น, กรดไหลย้อน กาวิสคอน, กรดไหลย้อน กาแฟ, กรดไหลย้อน กินน้ําเยอะ, กรดไหลย้อน กินยาอะไร, กรดไหลย้อน กินอะไรได้บ้าง, กรดไหลย้อน ขมิ้นชัน, กรดไหลย้อน คนท้อง, กรดไหลย้อน คลื่นไส้, กรดไหลย้อน ควรกินอะไร, กรดไหลย้อน คอ, กรดไหลย้อน คอแห้ง, กรดไหลย้อน คื, กรดไหลย้อน ตั้งครรภ์, กรดไหลย้อน ทารก, กรดไหลย้อน ท้อง, กรดไหลย้อน ท้องเสีย, กรดไหลย้อน ทําไง, กรดไหลย้อน นอน, กรดไหลย้อน น้ําหนักลด, กรดไหลย้อน ปวดท้อง, กรดไหลย้อน ปวดหลัง, กรดไหลย้อน ปวดหัว, กรดไหลย้อน ผลไม้, กรดไหลย้อน ภาษาอังกฤษ, กรดไหลย้อน มะเร็ง, กรดไหลย้อน ยา, กรดไหลย้อน ยารักษา, กรดไหลย้อน รักษา สมุนไพร, กรดไหลย้อน รักษายังไง, กรดไหลย้อน รักษาหาย, กรดไหลย้อน รักษาเบื้องต้น, กรดไหลย้อน รุนแรง, กรดไหลย้อน ลิ้นเป็นฝ้า, กรดไหลย้อน วิธีรักษา, กรดไหลย้อน วิธีแก้, กรดไหลย้อน สมุนไพร, กรดไหลย้อน สาเหตุ, กรดไหลย้อน หญิงตั้งครรภ์, กรดไหลย้อน หมอแดง, กรดไหลย้อน หมากฝรั่ง, กรดไหลย้อน หัวใจเต้นเร็ว, กรดไหลย้อน หายขาด, กรดไหลย้อน หายใจไม่สะดวก, กรดไหลย้อน ห้ามกิน, กรดไหลย้อน ออกกําลังกาย, กรดไหลย้อน อังกฤษ, กรดไหลย้อน อันตราย, กรดไหลย้อน อาการ, กรดไหลย้อน อาการ รักษา, กรดไหลย้อน อาการเริ่มต้น, กรดไหลย้อน อาหาร, กรดไหลย้อน อาหารที่ควรกิน, กรดไหลย้อน อาหารที่ไม่ควรกิน, กรดไหลย้อน เกิดจาก, กรดไหลย้อน เครียด, กรดไหลย้อน เบื้องต้น, กรดไหลย้อน เรอบ่อย, กรดไหลย้อน เวียนหัว, กรดไหลย้อน เสมหะ, กรดไหลย้อน เสียงแหบ, กรดไหลย้อน แก้, กรดไหลย้อน แก้ยังไง, กรดไหลย้อน แก้ไข, กรดไหลย้อน แสบคอ, กรดไหลย้อน ใจสั่น, กรดไหลย้อน ในทารก, กรดไหลย้อน ไอ, กรดไหลย้อนกลับ, กรดไหลย้อนกับการตั้งครรภ์, กรดไหลย้อนกับคนท้อง, กรดไหลย้อนกับคุณแม่ตั้งครรภ์, กรดไหลย้อนกินยาอะไร, กรดไหลย้อนกินอะไรดี, กรดไหลย้อนกินอะไรได้บ้าง, กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์, กรดไหลย้อนขึ้นคอ, กรดไหลย้อนคนท้อง, กรดไหลย้อนคือ, กรดไหลย้อนตอนท้อง, กรดไหลย้อนตั้งครรภ์, กรดไหลย้อนทารก, กรดไหลย้อนทําไง, กรดไหลย้อนทําไงดี, กรดไหลย้อนภาษาอังกฤษ, กรดไหลย้อนรักษา, กรดไหลย้อนรักษาที่ไหนดี, กรดไหลย้อนรักษายังไง, กรดไหลย้อนรุนแรง, กรดไหลย้อนลงกล่องเสียง, กรดไหลย้อนวิธีรักษา, กรดไหลย้อนหายไหม, กรดไหลย้อนห้ามกิน, กรดไหลย้อนอาการ, กรดไหลย้อนเกิดจาก, กรดไหลย้อนเข้ากล่องเสียง, กรดไหลย้อนในคนท้อง, กรดไหลย้อนในทารก, กรดไหลย้อนในหญิงตั้งครรภ์
Posted in HGH, ภูมิแพ้, ยา, สาระสุขภาพ, โรคทางเดินหายใจ, โรคทางเดินอาหาร | No Comments »
กุมภาพันธ์ 25, 2012 by kitdanai3
วิตามิน เสี่ยงต่อการเสียชีวิต
ใน โลกปัจจุบันหลายคนมีวิถีชีวิตแบบรีบเร่ง โดยเฉพาะ “คนเมือง” ต่างคนต่างทำงานแข่งขันกับเข็มนาฬิกา ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ แม้แต่เวลาออกกำลังกาย ก็น้อยเต็มที
บวกกับสภาพ อากาศในช่วงนี้ที่เปลี่ยนแปลงแบบมี 3 ฤดูใน 1 วัน จึงทำให้หลายคนโหยหาตัวช่วยทางสุขภาพแบบทางลัดด้วยการวิ่งตามหาวิตามินต่าง ๆ นานา เพียงเชื่อว่าจะเป็นเสมือนเกราะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้
เมื่อเอ่ยถึง “วิตามินและอาหารเสริม” ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อสนิทใจว่าอุดมไปด้วยประโยชน์นานัปการ ทว่าสำหรับผู้ที่สรรหาการรับประทานวิตามินที่เกินขนาด อาจจะส่งผลร้ายและทำลายสุขภาพแบบที่หลายคนอาจมองข้ามไป
เสียงจากนักวิจัยหลายสำนักระบุว่า การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มากเกินความจำเป็น อาจส่งผลต่อความเสี่ยงให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะเงามืดจากโรคมะเร็ง งานวิจัยจากต่างชาติหลายสำนักกำลังส่งข้อความเตือนภัยถึงผู้ที่ฝากความหวัง การดูแลสุขภาพ ด้วยการพึ่งพิงตัวช่วยจากวิตามินชนิดต่าง ๆ คงต้องตระหนักถึงแง่แหลมคมของการบริโภควิตามินที่เกินพอดี
เริ่มต้นด้วยการ รับประทานวิตามินเอที่มากเกินควร ทำให้เกิดความผิดปกติในตับและส่งผลต่อความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกลดลง นั่นอาจ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ในขณะที่วิตามินยอดนิยมอย่างวิตามิน ซีก็ติดโผอันตรายหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการสะสมธาตุเหล็กตามกระดูกข้อต่อต่าง ๆ มากขึ้นและอาจนำพาไปสู่โรคเกาต์ได้ในที่สุด
ตามมาด้วยภัยร้ายจากปริมาณของวิตามินดีที่มากเกินไป งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า อาจจะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคกระดูก และ โรคมะเร็งได้ โดยนักวิจัยจากจอห์น ฮอปกินส์ (Johns Hopkins) กล่าวว่า ระดับการรับวิตามินดีที่สูงเกินระดับปกติ อาจมีผลข้างเคียงต่อระดับการเต้นของหัวใจไม่เป็นจังหวะ บางรายอาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้
สำหรับผู้ที่เลือกตัวช่วยทางสุขภาพจากวิตามินอี อาจต้องเตรียมรับมือกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนล้า สายตาพร่ามัว โดยเฉพาะผลวิจัยจากวารสารสมาคมการแพทย์แห่งสหรัฐระบุว่า ท่านผู้ชายอาจจะมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
ผลวิจัยจากฝั่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยว่า การรับประทานวิตามินอีที่มากเกินไปอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ผลการวิจัยสำนักอื่น ๆ ยังระบุว่า วิตามินและแร่ธาตุเสริม เช่น วิตามินรวม กรดโฟลิก ทองแดง สังกะสี และเหล็ก ทำให้เกิดอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น
นัก วิจัยเตือนว่า โดยส่วนมาก ผู้บริโภคเลือกซื้อ “ตัวช่วย” เหล่านี้มาโดยไม่ทันทราบว่า วิตามินและอาหารเสริมแต่ละชนิดนั้นมีประโยชน์อย่างไร ในความเป็นจริงนั้นธาตุอาหารเสริมควรจะใช้สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นเท่านั้น โดยควรมีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้ ป่วยจำเป็นต้องได้รับวิตามินหรือธาตุอาหารนั้นจริง ๆ เพราะว่าธาตุอาหารเสริมแต่ละประเภทอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
ที่มา : prachachat.net
ด้วยความปรารถนาดีจาก
www.bionutric-hy.com
Tags: ตามินที่ช่วยบํารุงสายตา, วิตามิน, วิตามิน a, วิตามิน b, วิตามิน b12, วิตามิน dhc, วิตามิน e, วิตามิน k, วิตามิน กระต่าย, วิตามิน กลูต้า, วิตามิน กล้วย, วิตามิน กินตอนไหนดี, วิตามิน กินเวลาไหน, วิตามิน กินแล้วขาว, วิตามิน กินแล้วสูง, วิตามิน กินแล้วหน้าใส, วิตามิน กินแล้วอ้วน, วิตามิน ก่อนตั้งครรภ์, วิตามิน คือ, วิตามิน ซี ผิว ขาว, วิตามิน ดารา, วิตามิน ดารา นิยมกิน, วิตามิน ดารากิน, วิตามิน ดี, วิตามิน ดี 2, วิตามิน ดี 3, วิตามิน ดี พบใน, วิตามิน ดีที่สุด, วิตามิน ดีเอชซี, วิตามิน ดํา, วิตามิน ทั้งหมด, วิตามิน ทาหน้า, วิตามิน ที่ บํารุง สมอง, วิตามิน ที่ ละลาย ได้ ใน ไขมัน, วิตามิน ที่ควรกิน, วิตามิน ที่ละลายในน้ํา, วิตามิน ที่โดมกิน, วิตามิน ทําให้ขาว, วิตามิน ทําให้ผิวขาว, วิตามิน ทําให้อ้วน, วิตามิน นก, วิตามิน นอนน้อย, วิตามิน นอนหลับ, วิตามิน นักเพาะกาย, วิตามิน น้ํามันตับปลา, วิตามิน น้ํามันปลา, วิตามิน นําเข้า, วิตามิน บี, วิตามิน บี 12, วิตามิน บี 2, วิตามิน บี รวม, วิตามิน บี5, วิตามิน บี6, วิตามิน บํารุงผม, วิตามิน บํารุงผิว, วิตามิน บํารุงสมอง, วิตามิน บํารุงสายตา, วิตามิน ประจําเดือน, วิตามิน ปรับฮอร์โมน, วิตามิน ปลาหมอสี, วิตามิน ปลูกผม, วิตามิน ปวดประจําเดือน, วิตามิน ปอย, วิตามิน ปูเป้, วิตามิน ป้องกันสิว, วิตามิน ผมร่วง, วิตามิน ผิว, วิตามิน ผิว pantip, วิตามิน ผิว ขาว dhc, วิตามิน ผิวขาว, วิตามิน ผิวขาว pantip, วิตามิน ผิวสวย, วิตามิน ผิวสวย pantip, วิตามิน ผิวแห้ง, วิตามิน ผู้ชาย, วิตามิน ฝรั่ง, วิตามิน ฝ้า, วิตามิน พบใน, วิตามิน พริมโรส, วิตามิน พรเกษม, วิตามิน พักผ่อนน้อย, วิตามิน พันทิป, วิตามิน พี่โดม, วิตามิน พี่โดม pantip, วิตามิน ฟิชออยล์, วิตามิน มะละกอ, วิตามิน มะเขือเทศ, วิตามิน มาร์ค, วิตามิน มาร์คหน้า, วิตามิน มาส์ก, วิตามิน มาโนโปรวิต, วิตามิน มาโนโปรวิแทบ, วิตามิน มีทั้งหมด, วิตามิน มีมากใน อาหารจําพวก, วิตามิน มีอะไรบ้าง, วิตามิน ยี่ห้อ, วิตามิน ยี่ห้อ vistra, วิตามิน ยี่ห้อไหนดี, วิตามิน ยี่ห้อไหนดี pantip, วิตามิน ยู, วิตามิน รกแกะ, วิตามิน รวม, วิตามิน รวม centrum, วิตามิน รวม องค์การ เภสัช, วิตามิน รอยสิว, วิตามิน รักษารอยสิว, วิตามิน รักษาสิว, วิตามิน ราคา, วิตามิน ราคาถูก, วิตามิน ราคาส่ง, วิตามิน ลดความอ้วน, วิตามิน ลดจุดด่างดํา, วิตามิน ลดน้ําหนัก, วิตามิน ลดผมร่วง, วิตามิน ลดรอยดํา, วิตามิน ลดรอยสิว, วิตามิน ลดสิว, วิตามิน ลดหน้ามัน, วิตามิน ละลายในน้ํา, วิตามิน ละลายในไขมัน, วิตามิน วัตสัน, วิตามิน วัยทอง, วิตามิน วิกิพีเดีย, วิตามิน วิธี, วิตามิน วิสตร้า, วิตามิน วิสต้า, วิตามิน วิสทร้า, วิตามิน วีว่า, วิตามิน สรรพคุณ, วิตามิน สังกะสี, วิตามิน สายตา, วิตามิน สิว, วิตามิน สุนัข, วิตามิน สําหรับ ผู้ชาย, วิตามิน สําหรับคนท้อง, วิตามิน สําหรับคนไม่กินผัก, วิตามิน สําหรับผู้สูงอายุ, วิตามิน หญิงตั้งครรภ์, วิตามิน หน้า ขาว ใส, วิตามิน หน้าที่, วิตามิน หน้ามัน, วิตามิน หน้าเรียว, วิตามิน หน้าใส, วิตามิน หน้าใส pantip, วิตามิน หมดอายุ, วิตามิน หมายถึง, วิตามิน หลุมสิว, วิตามิน อะไรดี, วิตามิน อันตราย, วิตามิน อาหาร, วิตามิน อาหาร ลด น้ําหนัก, วิตามิน อาหารเสริม, วิตามิน อาหารเสริม pantip, วิตามิน อเมริกา, วิตามิน อเมริกา pantip, วิตามิน เกลือแร่, วิตามิน เกลือแร่ น้ํา, วิตามิน เค, วิตามิน เจริญอาหาร, วิตามิน เสริม, วิตามิน เหน็บชา, วิตามิน เอ, วิตามิน เอ สิว, วิตามิน เอซีอี, วิตามิน เอฟ, วิตามิน แก้ผมร่วง, วิตามิน แก้สิว, วิตามิน แก้เหน็บชา, วิตามิน แชมพู เร่ง ผม ยาว, วิตามิน แตงกวา, วิตามิน แนะนํา, วิตามิน แบล็คมอร์, วิตามิน แร่ธาตุ, วิตามิน และเกลือแร่, วิตามิน และแร่ธาตุ, วิตามิน แอมเวย์, วิตามิน โดม, วิตามิน ในกล้วย, วิตามิน ในผัก, วิตามิน ในอาหาร, วิตามิน ได้จาก, วิตามิน ได้แก่, วิตามิน ไนอะซิน, วิตามิน ไบเบิล, วิตามิน ไบโอ ซี, วิตามิน ไบโอติน, วิตามิน ไมเกรน, วิตามิน ไม่ควรกิน พร้อมกัน, วิตามิน ไลซีน, วิตามิน ไลโคปีน, วิตามินกลูต้าไธโอน, วิตามินกันแดด, วิตามินกันแดดแบบกิน, วิตามินกินตอนไหนดีที่สุด, วิตามินกินบํารุงผม, วิตามินกินแล้วขาว, วิตามินกินแล้วสวย, วิตามินกินแล้วหน้าใส, วิตามินกินแล้วอ้วน, วิตามินกุ้ง, วิตามินของ dhc, วิตามินของกล้วย, วิตามินของผัก, วิตามินขององค์การเภสัชกรรม, วิตามินของอเมริกา, วิตามินของโดม, วิตามินขายส่ง, วิตามินขาวใส, วิตามินขาเรียว, วิตามินข่าว, วิตามินคนท้อง, วิตามินคลับ, วิตามินคลายเครียด, วิตามินควบคุมน้ําหนัก, วิตามินควรกินเวลาไหน, วิตามินความสุข, วิตามินคอลลาเจน, วิตามินคิว, วิตามินคิวเทน, วิตามินคืออะไร, วิตามินจากกล้วย, วิตามินจากญี่ปุ่น, วิตามินจากผลไม้, วิตามินจากผักผลไม้, วิตามินจากมะเขือเทศ, วิตามินจากอาหาร, วิตามินจากอเมริกา, วิตามินจากแสงแดด, วิตามินจี, วิตามินชะลอความแก่, วิตามินช่วยความจํา, วิตามินช่วยบํารุงสายตา, วิตามินช่วยผิวขาว, วิตามินช่วยลดสิว, วิตามินช่วยเจริญอาหาร, วิตามินช่วยเรื่องความจํา, วิตามินช่วยเรื่องสิว, วิตามินช่วยให้ผิวขาว, วิตามินซี, วิตามินซี ต้องกินตอนไหน, วิตามินซี ยี่ห้อ, วิตามินซี องค์การเภสัชกรรม, วิตามินซีนาโน, วิตามินซีองค์การเภสัช, วิตามินซีแบบฉีด, วิตามินซีแบล็คมอร์, วิตามินซีไบโอ, วิตามินดารา, วิตามินดารากิน, วิตามินดี, วิตามินดี 2, วิตามินดี อาหาร, วิตามินดี3, วิตามินดีเอชซี, วิตามินดีได้จาก, วิตามินดีได้จากอะไร, วิตามินตับปลา, วิตามินตัวไหนดี, วิตามินต่อวัน, วิตามินต่างๆ, วิตามินต่างๆๆ, วิตามินต้านสิว, วิตามินต้านหวัด, วิตามินต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินถูกที่สุด, วิตามินทั้งหมด, วิตามินทาหน้า, วิตามินที่จําเป็นต่อร่างกาย, วิตามินที่ทําให้ผิวขาว, วิตามินที่ทําให้อ้วน, วิตามินที่บํารุงสายตา, วิตามินที่ละลายในน้ํา, วิตามินที่ละลายในไขมัน, วิตามินที่โดมกิน, วิตามินนก, วิตามินนกกรงหัวจุก, วิตามินน้ํา, วิตามินน้ํามันตับปลา, วิตามินนําเข้า อเมริกา, วิตามินนําเข้าจากญี่ปุ่น, วิตามินนําเข้าจากอเมริกา, วิตามินบี, วิตามินบี12, วิตามินบี2, วิตามินบี3, วิตามินบี6, วิตามินบีรวม, วิตามินบํารุงผม, วิตามินบํารุงผิว, วิตามินบํารุงสมอง, วิตามินบํารุงสายตา, วิตามินปลา, วิตามินปลาฉลาม, วิตามินปลาทอง, วิตามินปลามังกร, วิตามินปลาหมอสี, วิตามินปลูกผม, วิตามินป้องกันผมร่วง, วิตามินป้องกันสิว, วิตามินป้องกันหวัด, วิตามินป้องกันอัลไซเมอร์, วิตามินผม, วิตามินผิว, วิตามินผิวขาว, วิตามินผิวขาว pantip, วิตามินผิวขาวที่ดีที่สุด, วิตามินผิวขาวยี่ห้อไหนดี, วิตามินผิวขาวใส, วิตามินผิวขาวใส pantip, วิตามินผิวสวย, วิตามินผิวใส pantip, วิตามินพบใน, วิตามินพริมโรส, วิตามินพอกหน้า, วิตามินพอกหน้าใส, วิตามินพี, วิตามินพี citrin, วิตามินพืช, วิตามินฟาส, วิตามินภาษาอังกฤษ, วิตามินยี่ห้ออะไรดี, วิตามินยี่ห้อไหนดี, วิตามินยี่ห้อไหนดี pantip, วิตามินยี่ห้อไหนดีที่สุด, วิตามินยี่ห้อไหนดีสุด, วิตามินรวม, วิตามินรวม centrum, วิตามินรวม pantip, วิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี, วิตามินรวม ราคา, วิตามินรวม เซ็นทรัม, วิตามินรวมสําหรับคนท้อง, วิตามินรักษาผมร่วง, วิตามินรักษาสิว, วิตามินราคาถูก, วิตามินลดขา, วิตามินลดต้นขา, วิตามินลดน่อง, วิตามินลดน้ําหนัก, วิตามินลดรอยสิว, วิตามินลดริ้วรอย, วิตามินลดสิว, วิตามินละลายน้ํา, วิตามินละลายในน้ํา, วิตามินวัยทอง, วิตามินวิสตร้า, วิตามินวิสต้า, วิตามินวิสทร้า, วิตามินสปีดไวท์, วิตามินสังกะสี, วิตามินสุนัข, วิตามินสําหรับคนท้อง, วิตามินสําหรับคนนอนดึก, วิตามินสําหรับคนวัยทอง, วิตามินสําหรับผู้ชาย, วิตามินสําหรับผู้สูงอายุ, วิตามินสําหรับผู้หญิง, วิตามินสําหรับสุนัข, วิตามินหนูแฮมเตอร์, วิตามินหน้าขาวใส, วิตามินหน้าที่, วิตามินหน้าเด้ง, วิตามินหน้าเรียว, วิตามินหน้าใส, วิตามินหน้าใส pantip, วิตามินหมดอายุ, วิตามินหมา, วิตามินหมายถึง, วิตามินอะไรบํารุงผม, วิตามินอะไรบํารุงผิว, วิตามินอะไรบํารุงสายตา, วิตามินอี, วิตามินอี mega, วิตามินอี pantip, วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี, วิตามินอี เม็ด, วิตามินอีทาหน้า, วิตามินอีบํารุงหน้า, วิตามินเค, วิตามินเพิ่มน้ําหนัก, วิตามินเพิ่มน้ําหนัก หมอณัฐ, วิตามินเพื่อผิวสวย, วิตามินเร่งผมยาว, วิตามินเร่งผมยาว เม็ดสีเขียว, วิตามินเสริม, วิตามินเอ, วิตามินเอ สิว, วิตามินเอฟ, วิตามินแก้ผมร่วง, วิตามินแก้ภูมิแพ้, วิตามินแก้สิว, วิตามินแก้เหน็บชา, วิตามินแคลเซียม, วิตามินและเกลือแร่, วิตามินและแร่ธาตุ, วิตามินแอมเวย์, วิตามินในกล้วย, วิตามินในกล้วยน้ําว้า, วิตามินในน้ําซาวข้าว, วิตามินในผลไม้, วิตามินในร่างกาย, วิตามินในสับปะรด, วิตามินในส้ม, วิตามินในอาหาร, วิตามินในแครอท, วิตามินใส่ผม, วิตามินไก่, วิตามินไก่ไข่, วิตามินได้แก่, วิตามินไนอะซิน, วิตามินไบเบิล, วิตามินไบโอติน, วิตามินไม่ละลายน้ํา, วิตามินไวท๊อป
Posted in HGH, ภูมิแพ้, ยา, สาระสุขภาพ | No Comments »
กุมภาพันธ์ 24, 2012 by kitdanai3
ไม่ชอบ รูปร่างหน้าตา ของตัวเองถือ เป็นโรค
ถ้าเป็นเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่นับเป็นโรคหรอกแต่บางคนเป็นเอามากๆ ขนาดต้องไปผ่าตัดหรือแก้ไขรูปร่างหน้าตาตัวเองซ้ำๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ก็ไม่พอใจสักที ทำให้ยิ่งเครียดหรือเศร้ายิ่งขึ้นบางคนถึงขั้นอยากตาย แบบนี้ถือว่าเป็นโรคทางจิตเวชเรียกโรคนี้ว่า Body Dysmorphic Disorder หรือเรียกว่า Body Dysmorphia ก็ได้
โรค นี้เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีความคิดหมกมุ่นกับรูปลักษณ์ของตนเอง คิดไปเองว่าน่าเกลียด ไม่น่าดู ระแวงว่าคนอื่นๆ จะไม่ชอบเขา รังเกียจเขา ทำให้เขาสูญเสียโอกาสและความมั่นใจมาก บางคนถึงขั้นหลีกหนีสังคมและระแวงผู้คน ไม่มีความสุขในชีวิตเลยอาการเด่นชัดอย่างหนึ่งก็คือเขาจะชอบส่องกระจกมาก ส่องบ่อยๆ ครั้งละนานๆ และไม่มีความสุขเลยเพราะในขณะส่องกระจกเขาก็จะพยายามหาคำยืนยันว่ารูปร่าง หน้าตาเขาไม่น่าดูจริงๆ
โรคนี้พบได้ทั้งชายและหญิง แต่พบในหญิงได้มากกว่ามักกังวลเรื่องใบหน้า โดยเฉพาะขนาดของจมูก คาง หูรองลงมาก็ เรื่องผม หน้าอก อวัยวะเพศ
ใน ผู้หญิงที่เป็นโรคนี้มักจะไปปรึกษาและรักษากับแพทย์ผิวหนัง ทันตแพทย์ หรือหาหมอศัลยกรรมตกแต่งเพื่อผ่าตัดส่วนที่เขาคิดว่าไม่สวย แต่แม้จะทำอย่างไรก็ไม่พอใจอยู่ดี บางรายทำผ่าตัดซ้ำๆ ทำให้ได้รับผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ออกมาน่าเกลียดมากขึ้นก็มี
สิ่งที่เขานิยมทำการผ่าตัดเช่น Face Lift ตัด-เสริมจมูก เสริมเต้านม ผ่าตัดเปลือกตา ผ่าตัดใบหู ผ่าตัดกราม-ฟัน ผ่าตัดเอาไขมันหน้าท้องออก รวมทั้งการฉีดยาหรือใช้เลเซอร์หลายๆ อย่างซ้ำๆแต่แม้จะทำหลายๆ อย่างหลายๆ ครั้งก็ยังไม่พอใจอยู่ดี และไม่มีความสุข
พวก นี้มักไม่มาพบจิตแพทย์หรอก เพราะเขาไม่คิดว่าเขามีปัญหาทางจิต แต่เขาคิดว่าปัญหาของเขาคือ การที่เขามีรูปร่างหน้าตาไม่ดี เขาจึงไม่พอใจและอยากแก้ไขโดยวิถีทางต่างๆ ส่วนใหญ่แพทย์ที่รักษาเขาจะแนะนำมาหาจิตแพทย์ หรือญาติที่เข้าใจก็จะพามา
พวกนี้จะต่างจากพวกมีบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) เพราะพวกหลงตัวเองจะหลงคิดว่าเขาสวยหรือหล่อเหลือเกิน ทั้งๆ ที่แลดูปกติธรรมดา ถ้าจะทำศัลยกรรมตกแต่งบ้างก็ไม่กังวลซ้ำซากและไม่ทุกข์เท่าผู้ป่วยโรคดัง กล่าว กลับรู้สึกเป็นสุขด้วยซ้ำ
ผู้ป่วยด้วยโรคนี้มักพบร่วมกับอาการทางจิตเวชอื่นๆด้วย เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล จิตเภท หรือโรคกลัวสังคม (Social Phobia) ย้ำคิดย้ำทำ ระแวง ฯลฯ บางคนถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะทนรับสภาพความคิดที
Tags: ม่ชอบผู้ชาย เนื้อเพลง, ไม่ชอบ facebook แบบใหม่, ไม่ชอบ justin bieber, ไม่ชอบ snsd, ไม่ชอบ timeline, ไม่ชอบ timeline facebook, ไม่ชอบ กัสจัง, ไม่ชอบ กาละแมร์, ไม่ชอบ จัสติน บีเบอร์, ไม่ชอบ จียอง, ไม่ชอบ จ๊ะ คันหู, ไม่ชอบ ญาญ่า, ไม่ชอบ ณเดช, ไม่ชอบ ตุ๊กกี้, ไม่ชอบ ทับทิม มัลลิกา, ไม่ชอบ นท, ไม่ชอบ นท pantip, ไม่ชอบ ปุ๊กลุ๊ก, ไม่ชอบ ภาษาญี่ปุ่น, ไม่ชอบ ภาษาอังกฤษ, ไม่ชอบ ภาษาเกาหลี, ไม่ชอบ ภาษาเหนือ, ไม่ชอบ มารี, ไม่ชอบ มารี เบรินเนอร์, ไม่ชอบ มิ้น ชาลิดา, ไม่ชอบ มิ้นท์ ณัฐวรา, ไม่ชอบ ยุนอา, ไม่ชอบ ยูกิ af8, ไม่ชอบ ลุลา, ไม่ชอบ ว วชิรเมธี, ไม่ชอบ วิคตอเรีย, ไม่ชอบ วู้ดดี้, ไม่ชอบ สรยุทธ, ไม่ชอบ สามหนุ่มเนื้อทอง, ไม่ชอบ หนูนา, ไม่ชอบ หม่ํา, ไม่ชอบ เกาหลี, ไม่ชอบ เคน ภูภูมิ, ไม่ชอบ เจสสิก้า, ไม่ชอบ เต้ย, ไม่ชอบ เนย ประมาณนั้นแหละ, ไม่ชอบ เป้ อารักษ์, ไม่ชอบ เฟสบุ๊ค แบบใหม่, ไม่ชอบ เฟิร์น, ไม่ชอบ เสก โลโซ, ไม่ชอบ แก้ว ffk, ไม่ชอบ แปล, ไม่ชอบ แปลว่า, ไม่ชอบ แพนเค้ก, ไม่ชอบ ไตรภพ, ไม่ชอบ ไม่ชอบ niece, ไม่ชอบ ไม่ใช้แฟนร่วมกับใคร, ไม่ชอบกวาง, ไม่ชอบกัสจัง, ไม่ชอบการรอคอย, ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง, ไม่ชอบกาละแมร์, ไม่ชอบกินผัก, ไม่ชอบกินผักทําไมไม่บอก, ไม่ชอบกินยา, ไม่ชอบก็จีบ, ไม่ชอบก้อย รัชวิน, ไม่ชอบคนสวย, ไม่ชอบคนเจ้าชู้, ไม่ชอบคนเจ้าชู้ ภาษาอังกฤษ, ไม่ชอบคนเดียว, ไม่ชอบคนเยอะ, ไม่ชอบคนโกหก, ไม่ชอบคนใต้, ไม่ชอบครอบครัวแฟน, ไม่ชอบคริสตัล fx, ไม่ชอบคิมเบอรี่, ไม่ชอบงาน, ไม่ชอบงานที่ทํา, ไม่ชอบง้อ, ไม่ชอบง้อใคร, ไม่ชอบจอย af8, ไม่ชอบจัสติน บีเบอร์, ไม่ชอบจูบ, ไม่ชอบชมพู่, ไม่ชอบชมพู่ อารยา, ไม่ชอบญาญ่า, ไม่ชอบดวงตาในดวงใจ, ไม่ชอบดาราคนไหน, ไม่ชอบดื่มน้ํา, ไม่ชอบดูบอลแต่ก็นั่งดูเป็นเพื่อน, ไม่ชอบตัวเอง, ไม่ชอบตุ๊กกี้, ไม่ชอบตูมตาม, ไม่ชอบตํารวจ, ไม่ชอบทอม, ไม่ชอบทักษิณ, ไม่ชอบทับทิม, ไม่ชอบทับทิม อัญรินทร์, ไม่ชอบทามไลน์, ไม่ชอบทิฟฟานี่, ไม่ชอบท่าน ว, ไม่ชอบทํางาน, ไม่ชอบนท, ไม่ชอบนท pantip, ไม่ชอบนายกปู, ไม่ชอบนายกยิ่งลักษณ์, ไม่ชอบนิชคุณ, ไม่ชอบนิสัยเพื่อน, ไม่ชอบนุ่นวรนุช, ไม่ชอบน่ารัก, ไม่ชอบน้าเน็ก, ไม่ชอบบังคับ, ไม่ชอบบี้ เดอะสตาร์, ไม่ชอบปาล์มมี่, ไม่ชอบปุ๊กลุ๊ก, ไม่ชอบผมดัด, ไม่ชอบผู้ชาย, ไม่ชอบผู้ชาย mp3, ไม่ชอบผู้ชายมีแฟน, ไม่ชอบผู้ชายมีแฟน ณรินทร์ทิพย์, ไม่ชอบผู้หญิง, ไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า, ไม่ชอบฝ้าย สามหนุ่มเนื้อทอง, ไม่ชอบพระเกษม, ไม่ชอบพลอย, ไม่ชอบพะแพง, ไม่ชอบพีค, ไม่ชอบพูด, ไม่ชอบพ่อ, ไม่ชอบพ่อแม่สามี, ไม่ชอบภาษาอังกฤษ, ไม่ชอบมาพากล, ไม่ชอบมาพากล หมายถึง, ไม่ชอบมารี, ไม่ชอบมารี เบรินเนอร์, ไม่ชอบมาร์กี้, ไม่ชอบมิ้น ชาลิดา, ไม่ชอบมิ้นท์, ไม่ชอบมิ้นท์ ณัฐวรา, ไม่ชอบยงซอ, ไม่ชอบยิปโซ, ไม่ชอบยิ่งลักษณ์, ไม่ชอบยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ไม่ชอบยุคนเดียว, ไม่ชอบยุนอา, ไม่ชอบยูกิ, ไม่ชอบยูกิ af8, ไม่ชอบรายการ take me out, ไม่ชอบรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง, ไม่ชอบริท, ไม่ชอบริว จิตสัมผัส, ไม่ชอบรูมเมท, ไม่ชอบลุลา, ไม่ชอบลูกอ่ํา, ไม่ชอบลําเภา, ไม่ชอบวัดธรรมกาย, ไม่ชอบวิคตอเรีย, ไม่ชอบวุ้นเส้น, ไม่ชอบวู้ดดี้, ไม่ชอบสรยุทธ, ไม่ชอบสระผม, ไม่ชอบสังคม, ไม่ชอบสามหนุ่มเนื้อทอง, ไม่ชอบสิงโต, ไม่ชอบสีผม, ไม่ชอบหญิงแม้น, ไม่ชอบหนูนา, ไม่ชอบหนูนา หนึ่งธิดา, ไม่ชอบหน้า, ไม่ชอบหน้าตัวเอง, ไม่ชอบหมา, ไม่ชอบหม่ํา, ไม่ชอบหยาด, ไม่ชอบหวาย, ไม่ชอบหัวหน้า, ไม่ชอบอยู่คนเดียว, ไม่ชอบอยู่คนเดียว 4 แชร์, ไม่ชอบอยู่คนเดียว 4sh, ไม่ชอบอยู่คนเดียว karaoke, ไม่ชอบอยู่คนเดียว คอร์ด, ไม่ชอบอยู่คนเดียว เนื้อเพลง, ไม่ชอบอยู่คนเดียว.mp3, ไม่ชอบออกกําลังกาย, ไม่ชอบอิสลาม, ไม่ชอบเกาหลี, ไม่ชอบเข้าสังคม, ไม่ชอบเจสสิก้า, ไม่ชอบเต้ย, ไม่ชอบเพื่อน, ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน, ไม่ชอบเพื่อนแฟน, ไม่ชอบเฟสแบบใหม่, ไม่ชอบเสียงลุลา, ไม่ชอบเสื้อแดง, ไม่ชอบแต่งหน้า, ไม่ชอบแทยอน, ไม่ชอบแนท ณัฐชา, ไม่ชอบแพนเค้ก, ไม่ชอบแฟนเก่า, ไม่ชอบแฟนเธอ, ไม่ชอบแฟนเพื่อน, ไม่ชอบแม่สามี, ไม่ชอบแม่แพนเค้ก, ไม่ชอบแม่แฟน, ไม่ชอบใครเลย, ไม่ชอบใครใน snsd, ไม่ชอบใช้แฟนร่วมกับใคร4shared, ไม่ชอบใบเฟิร์น, ไม่ชอบใส่, ไม่ชอบใส่กกน, ไม่ชอบใส่ถุงยาง, ไม่ชอบใส่เสื้อใน, ไม่ชอบให้ใครใกล้เธอ, ไม่ชอบไก่ มีสุข, ไม่ชอบไตรภพ, ไม่ชอบไทม์ไลน์, ไม่ชอบไมร่า, ไม่ชอบไม่ชอบเลย ที่เธอทําได้ทุกอย่าง, ไม่ชอบไอยู
Posted in HGH, ภูมิแพ้, ยา, สาระสุขภาพ | No Comments »
Older »